Public Training  หลักสูตร“การวิเคราะห์ข้อบกพร่องและผลกระทบ (Failure Mode and Effects Analysis) (FMEA)” อบรม 31 ม.ค.66

Public Training  หลักสูตร“การวิเคราะห์ข้อบกพร่องและผลกระทบ (Failure Mode and Effects Analysis) (FMEA)” อบรม 31 ม.ค.66

 

          FMEA เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์และป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบให้ผลลัพธ์ของกระบวนการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รวมถึงการออกแบบกระบวนการที่ป้องกันความเสี่ยงอย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้น FMEA จึงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ได้กับกระบวนการทุกประเภท ทั้งในระดับกระบวนการ กระบวนการย่อย หรือระดับผลิตภัณฑ์ โดยใช้ได้ทั้งกระบวนการผลิตสินค้า (Production) และการบริการ (Service)

         เราจะใช้ FMEA เมื่อมีการออกแบบกระบวนการใหม่ (Design) หรือนำกระบวนการเดิมมาออกแบบใหม่ (Redesign) เพื่อให้มีประสิทธิผลมากขึ้นเพื่อตอบสนองการแปลงความต้องการของลูกค้า และให้เป็นไปกำหนดและมีคุณสมบัติของผลลัพธ์ตามที่ต้องการ รวมถึงใช้กับกระบวนการที่มีอยู่ แต่ต้องเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุผลบางประการ เช่น การเปลี่ยนแปลงจาก 4 M (Man : คน) , (Machine : เครื่องจักร), (Material :วัตถุดิบ), (Method : วิธีการ) หรือการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ

         ยิ่งกว่านั้น เราสามารถใช้ FMEA ในกรณีที่หากมีการปรับหรือเพิ่มเป้าหมายของกระบวนการให้ดีและสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย รวมถึงสามารถใช้วิเคราะห์สาเหตุของความล้มเหลว หรือข้อผิดพลาดของกระบวนการ และเมื่อต้องการทบทวนประสิทธิผลหรือเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการหลังจากที่ได้ดำเนินการสิ้นสุดไปแล้วร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

 

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อสามารถวิเคราะห์และป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบให้ผลลัพธ์ของกระบวนการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

  2. เพื่อสามารถออกแบบกระบวนการใหม่หรือปรับกระบวนการเดิมให้เป็นไปตามที่ต้องการมากขึ้น

  3. เพื่อสามารถเปลี่ยนแปลงกระบวนการให้มีความยืดหยุ่นตามที่ลูกค้าต้องการได้มากขึ้น

  4. เพื่อวิเคราะห์สาเหตุของความล้มเหลว หรือข้อผิดพลาดของกระบวนการ เพื่อนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการให้มากขึ้น

  5. เพื่อสร้างส่วนหนึ่งของระบบมาตรฐานการจัดการคคุณภาพและมาตรฐานการบริหารความเสี่ยง

  6. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการให้อยู่ในขั้นดีเลิศ (The Best Practice Process)

  7. เพื่อลดต้นทุน ลดของเสีย เพิ่มผลิตภาพ และเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

  8. เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดีในเรื่องการจัดการคุณภาพ และมาตรฐานการทำงานให้กับพนักงานในองค์กร

 

เนื้อหาของหลักสูตร

  1. FMEA คืออะไร, กระบวนการพื้นฐานของ FMEA, การวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Assessment), การพัฒนากระบวนการ (Process Improvement) ด้วย FMEA

  2. การเริ่มต้นวิเคราะห์กระบวนการด้วย FMEA

  3. ลักษณะสำคัญของการวิเคราะห์ด้วย FMEA

  4. การวิเคราะห์และการคัดเลือกปัญหาด้วยเทคนิค FMEA

  5. ประเภทของ FMEA

  6. ขั้นตอนการทำ FMEA (รวบรวมข้อมูล, ระดมสมอง, ประเมินตัวเลขของปัจจัยต่างๆ, คำนวณค่าลำดับคะแนนความเสี่ยง (Risk Priority Number: RPN))

  7. การเขียน Process Flow Chart, Process Trees, และสายธารแห่งคุณค่า (Value Stream Mapping)

  8. การออกแบบ FMEA Worksheet

  9. เกณฑ์การให้คะแนนในปัจจัยด้านความรุนแรงของปัญหา (Severity), ด้านโอกาสในการเกิดปัญหา (Occurrence) และ ด้านความสามารถในการตรวจจับ (Detection)

  10. การวิเคราะห์สาเหตุ, การประเมินผลที่ได้จาก FMEA และการกำหนดวิธีการแก้ไขป้องกัน

  11. การเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการด้วยเครื่องมืออื่น เพื่อให้เกิด Excellence Process อย่างยั่งยืน

  12. กรณีศึกษาการวิเคราะห์ปัญหาด้วย FMEA

 

วิธีการสัมมนา   การบรรยาย การให้คำปรึกษาเชิงปฏิบัติการ ระดมสมองและร่วมอภิปราย

กลุ่มเป้าหมาย    กลุ่มหลัก  ผู้จัดการโรงงาน/ ผู้บริหารระดับกลาง หรือเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร ฝ่ายผลิต ฝ่ายวางแผนการผลิต ฝ่ายควบคุมคุณภาพ วิศวกร และฝ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ระยะเวลา        1 วัน จำนวนวันละ  6 ชั่วโมง  เวลา 9.00 – 16.00 น.

วิทยากร          อ.อนันต์ ดีโรจนวงศ์

รูปเเบบ Public Training

ราคา โปรโมรชั่น  3,900 บาท/วัน

ลงทะเบียน 3 ท่าน ท่านละ 3,200 บาท

ลงทะเบียน 4 ท่านขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันโรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

http://www.tesstraining.com

Public Training หลักสูตร การพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจและการทำงาน (Team Development linked Business Direction & Work) : 30 มกราคม 2566

Public Training หลักสูตร การพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจและการทำงาน (Team Development linked Business Direction & Work) : 30 มกราคม 2566

ทำไมหลายองค์กรยังจัดอบรมหรือพัฒนาบุคลากรแบบเดิม ๆ ทั้งที่ไม่สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ทั้งเวลาและงบประมาณในการพัฒนาทีมงาน ???

จะดีกว่าไหมถ้าจะอบรมหรือพัฒนาทีมงานให้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานขององค์กร หน่วยงาน และการทำงาน

วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ : เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม

  1. สามารถอธิบายแนวทางการพัฒนาทีมงานให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจและการทำงานได้

  2. สามารถวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้การพัฒนาทีมงานที่ไม่มี Value  และกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขได้อย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม

  3. เสริมสร้างและพัฒนาเทคนิคการเลือกใช้เครื่องมือการพัฒนาขีดความสามารถทีมงานอย่างมืออาชีพได้

  4. สามารถวิเคราะห์และกำหนด Competency ในการเตรียมจัดทำ Training & Development Road Map ในการพัฒนาขีดความสามารถทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชัดเจน เป็นรูปธรรม

  5. สามารถประเมินขีดความสามารถ (Competency Assessment) ในการวิเคราะห์หา Competency Gap ของทีมงานในการเตรียมจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล (IDP) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชัดเจน เป็นรูปธรรม

  6. สามารถวิเคราะห์และกำหนด Skill ในการเตรียมจัดทำ Skill Matrix / OJT Matrix ของแผนกให้สอดคล้องกับการดำเนินงานขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชัดเจน เป็นรูปธรรม

  7. เสริมสร้างและพัฒนาวิธีการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับ Training Road Map, IDP และ Skills Matrix

  8. เสริมสร้างและพัฒนาเทคนิคการติดตาม การประเมินผล และรายงานผลการพัฒนาทีมงาน (Development Follow up) ได้

หัวข้อสำคัญของการเรียนรู้ :

ส่วนที่   1  :  ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาทีมงานให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจและการทำงาน (Team Development Introduction)

  • ความสำคัญของการพัฒนาทีมงานให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจและการทำงาน

  • ใครบ้างหนอที่ “ต้อง” มีส่วนร่วมพัฒนาทีมงานของเรา ?

  • สาเหตุของความไม่คุ้มค่ากับการลงทุนทั้งเวลาและงบประมาณในการพัฒนาทีมงาน

  • Workshop 1 : ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้การพัฒนาทีมงานที่ไม่มี Value  และกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไข

ส่วนที่   2  :  การเลือกใช้เครื่องมือการพัฒนาขีดความสามารถทีมงานอย่างมืออาชีพ (Team Development Tools)

  • เทคนิคการใช้ Training & Development Road Map ในการพัฒนาขีดความสามารถทีมงาน

  • เทคนิคการใช้ Individual Development Plan (IDP) ในการพัฒนาขีดความสามารถทีมงาน

  • เทคนิคการใช้ Skill Matrix / OJT Matrix ในการพัฒนาขีดความสามารถทีมงาน

ส่วนที่   3  : เทคนิคการใช้ Training & Development Road Map ในการพัฒนาขีดความสามารถทีมงาน

  • ขั้นตอนและเทคนิคการจัดทำ Training & Development Road Map ยุคใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ

  • วิธีการวิเคราะห์และกำหนดหัวข้อการพัฒนา Competency ทีมงาน ให้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานขององค์กร หน่วยงาน และการทำงาน

  • ตัวอย่างที่ 1 : Training & Development Road Map ยุคใหม่ที่สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานขององค์กร หน่วยงาน และการทำงาน

  • Workshop 2 : ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์และกำหนด Competency ในการเตรียมจัดทำ Training & Development Road Map แต่ละสายงาน 

ส่วนที่   4  :  เทคนิคการใช้ Individual Development Plan (IDP) ในการพัฒนาขีดความสามารถทีมงาน

  • ขั้นตอนและเทคนิคการจัดทำ IDP ยุคใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ

  • วิธีการวิเคราะห์และประเมิน Competency ทีมงาน ให้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานขององค์กร หน่วยงาน และการทำงาน

  • ตัวอย่างที่ 2 : แบบฟอร์ม Competency Assessment ในการวิเคราะห์ Competency Gap

  • Workshop 3 : ฝึกปฏิบัติ Competency Assessment ในการวิเคราะห์หา Competency Gap ของทีมงานในการเตรียมจัดทำ IDP

  • แนวทางการจัดทำ IDP ให้สอดคล้องกับ Competency Gap ของทีมงานรายบุคคล

  • ตัวอย่างที่ 3 : แผนพัฒนาทีมงานรายบุคคล (Individual Development Plan : IDP)

ส่วนที่   5  :  เทคนิคการใช้ Skill Matrix / OJT Matrix ในการพัฒนาขีดความสามารถทีมงาน

  • ขั้นตอนและเทคนิคการจัดทำSkill Matrix / OJT Matrix ยุคใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ

  • วิธีการวิเคราะห์และกำหนดหัวข้อการพัฒนา Skills ทีมงานของแต่ละแผนก ให้สอดคล้องกับการดำเนินงานขององค์กร

  • ตัวอย่างที่ 4 : แบบฟอร์มSkill Matrix / OJT Matrix ยุคใหม่

  • Workshop 4 : ฝึกปฏิบัติกำหนด Skill ในการเตรียมจัดทำ Skill Matrix / OJT Matrix แต่ละแผนก ให้สอดคล้องกับการดำเนินงานขององค์กร

  • เทคนิคการสอนงานแบบ Effective OJT

ส่วนที่  6  : วิธีการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับ Training Rod Map, IDP และ Skills Matrix (Development Method)

  • วิธีรการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับ Training Road Map, IDP และ Skills Matrix

ส่วนที่  7  : วิธีการติดตาม การประเมินผล และรายงานผลการพัฒนาทีมงาน (Development Follow up)

  • แนวทางการติดตาม การประเมินผลการฝึกอบรมและพัฒนาทีมงานยุคใหม่ด้วย Result ของความสามารถ

  • การบันทึกประวัติการพัฒนาและรายงานผลแบบ Visual Control

รูปแบบและวิธีการเรียนรู้ :

  • การบรรยาย (Lecture) 

  • การแชร์ประสบการณ์

  • การจัดทำ Workshop เชิงปฏิบัติการ

  • การถามตอบ

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ :

เจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าแผนก และ HRD

 

วิทยากร : อาจารย์ ธนุเดช  ธานี (อ.ต้น)

  • วิทยากรและที่ปรึกษาผู้ชำนาญการพิเศษด้าน HR จากประสบการณ์ 33 ปี และประสบการณ์ KPIs Management 18 ปี

  • วิทยากรพิเศษด้าน HRD ของ SGS ACADEMY

  • วิทยากรพิเศษด้าน HRD คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)

  • อดีตกรรมการสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) 2 สมัย

สถานที่สัมมนา : 

โรงแรม St.James (สุขุมวิท 26 สถานีพร้อมพงษ์)

รูปเเบบ Public Training

ราคา โปรโมรชั่น  3,900 บาท/วัน

ลงทะเบียน 3 ท่าน ท่านละ 3,200 บาท

ลงทะเบียน 4 ท่านขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันโรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

http://www.tesstraining.com

Public Training หลักสูตร การกำหนดเป้าหมายการทำงานแบบ SMART Goal Setting ด้วย KPI และ Effective Action Plan รุ่น 19 (KPI & Effective Action Plan : PMS Module 1) : 21 มกราคม 2566

Public Training หลักสูตร การกำหนดเป้าหมายการทำงานแบบ SMART Goal Setting ด้วย KPI และ Effective Action Plan รุ่น 19 (KPI & Effective Action Plan : PMS Module 1) : 21 มกราคม 2566

        การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและการแข่งขันอย่างรุนแรงในปัจจุบัน องค์การจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ต้องมีเป้าหมายหรือ KPI ที่ชัดเจนเป็นเข็มทิศในการดำเนินงาน ต้องวางแผนกลยุทธ์ (Strategics Plan) และแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) ให้เชื่อมโยงสอดคล้องกับ KPI อย่างเป็นระบบ  แต่ในการจัดทำและนำ KPI ไปใช้งานจริง หลายองค์กรมักจะพบกับประเด็นคำถามที่ว่า

  • KPI ก็กำหนดแล้ว แต่ไม่รู้จะเชื่อมโยงไปสู่กลยุทธ์ขององค์การอย่างไรดี ?

  • KPI ของฝ่ายขาย ฝ่ายผลิต ก็ง่ายนะสิมีตัวเลขวัดได้ชัดเจน แล้วฝ่ายสำนักงานหรือสายสนับสนุน (Back Office) จะกำหนด KPI อย่างไรชัดเจนเป็นรูปธรรมให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรดีล่ะ ?

  • แล้ว KPIs ในระบบ ISO9001 / IATF16949 ที่มี จะเชื่อมโยงเป็นเป้าหมายขององค์กรได้ไหม ?

  • แล้วตัวชี้วัดและเป้าหมายรายบุคคลของแต่ละตำแหน่งงานล่ะ จะกำหนดจากอะไรดี ?

  • จะเชื่อมโยง KPI ไปสู่แผนปฏิบัติงานอย่างไรดี ?

     หลักสูตรฝึกอบรมนี้มีคำตอบากประสบการณ์ตรงของวิทยากรและที่ปรึกษาด้าน KPI Management กว่า 18 ปี ที่ช่วยให้ท่านเรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารและจัดการ KPI Management แบบครบวงจรทั้ง…การกำหนดเป้าหมายแบบมืออาชีพ…การกระจายเป้าหมายสู่หน่วยงานและตำแหน่ง…การจัดทำแผนงานให้เชื่อมโยงสอดคล้องกับ KPI…การควบคุมและติดตาม KPI อย่างเป็นระบบ ทั้งแบบฟอร์มและตัวอย่าง รวมทั้ง Workshop ฝึกปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง  

สิ่งที่จะได้รับจากการอบรม 

  1. สามารถอธิบายหลักการ แนวคิด ขั้นตอน วิธีการ และเทคนิคการกำหนด KPIs สมัยใหม่ได้

  2. เสริมสร้างความตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการนำ KPIs ในการดำเนินงานขององค์กร

  3. จุดประกายความคิดในการมองเห็นความเชื่อมโยงของ KPIs กับกลยุทธ์ขององค์กร

  4. เสริมสร้างเทคนิคในการกระจาย KPIs ตามยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ สู่การกำหนด KPIs ของหน่วยงานของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  5. สามารถกำหนด Functional KPIs ของหน่วยงานให้เชื่อมโยงสอดคล้องกับ Corporate KPIs ได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม

  6. ทราบถึงแนวทางการเชื่อมโยง KPIs ของแต่ละหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานซึ่งกันและกัน

  7. สามารถกำหนด Position KPIs ของทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเชื่อมโยงกับเป้าหมายองค์กร

  8. สามารถจัดทำ Action Plan ให้เชื่อมโยงสอดคล้องกับ KPIs ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  9. สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปออกแบบและจัดทำ KPIs และ Action ได้อย่างเป็นรูปธรรมและเชื่อมโยงกับเป้าหมายองค์กร 

หัวข้อสำคัญที่ท่านจะได้เรียนรู้ 

ส่วนที่  1  :  แนวคิดและหลักการของ Key Performance Indicators (KPIs Introduction)

  • ศัพท์น่ารู้ที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับ KPIs

  • KPIs คือ อะไร ?

  • ความสำคัญและประโยชน์ของ KPIs ในการนำไปใช้งานในการบริหารองค์กร

  • 4 หลักสำคัญในการออกแบบ KPIs ให้มีประสิทธิผล เช่น SMART GOAL

  • KPIs ในองค์กรที่ดีควรมี 4 ระดับ

  • Workshop 1 : ปัญหาที่พบในการจัดทำ KPI และแนวทางป้องกัน/แก้ไข 

ส่วนที่  2  :  แนวทางการออกแบบและกำหนดตัวชี้วัดระดับองค์การ (Corporate KPIs)

  • การกำหนด Corporate KPIs ด้วย Balance Scorecard เพื่อวัดผลการดำเนินงานทางธุรกิจขององค์กร

  • ตัวอย่างที่ 1 : แบบฟอร์มในการกำหนด Corporate KPIs ในการกำหนด Objective และ Key Performance / Key Result ขององค์กร

  • ตัวอย่างที่ 2 : ตัวชี้วัดระดับองค์กร (Corporate KPIs)

  • ขั้นตอนและวิธีการกำหนดและกระจายตัวชี้วัดระดับองค์กร (Corporate KPIs) สู่ตัวชี้วัดผลลัพธ์ระดับฝ่าย/แผนก (Functional KPIs) ให้เชื่อมโยงสอดคล้องกันทั้งองค์กร

  • ตัวอย่างที่ 3 : แบบฟอร์มการกระจายเป้าหมายองค์กรสู่เป้าหมายหน่วยงาน 

ส่วนที่  3  :  เทคนิคการออกแบบและกำหนดตัวชี้วัดระดับหน่วยงาน (Functional KPIs) แบบ SMART Goal ให้สอดคล้องกับ Corporate KPIs

  • วิธีการกำหนดตัวชี้วัดผลงานของแต่ละฝ่ายงาน (Functional KPIs) แบบ SMART Goal ให้เชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ (Vision) วัตถุประสงค์ (Objective) และตัวชี้วัดขององค์กร (Corporate KPIs)

  • Workshop 2 : ฝึกปฏิบัติออกแบบและกำหนด Functional KPIs ของแต่ละหน่วยงาน แบบ SMART Goal  ให้เชื่อมโยงสอดคล้องกับ KPIs องค์กร

  • ตัวอย่างที่ 4 : แบบฟอร์มการกำหนดเป้าหมายหน่วยงาน ให้เชื่อมโยงกับ KPIs องค์กร (Performance Agreement)

  • PQQCDSSMEEI ปัจจัยยอดนิยมในการกำหนด KPIs

  • ตัวอย่างที่ 5 : Functional KPIs ของหน่วยงานต่างๆ ในองค์กร 

ส่วนที่  4  :  เทคนิคการออกแบบและกำหนดตัวชี้วัดระดับตำแหน่งรายบุคคล (Position / Individual KPIs) 

  • 4 เครื่องมือในการวิเคราะห์และกำหนด Position KPIs

  • ขั้นตอนและวิธีการกำหนด Position KPIs ตามตำแหน่งจากใบกำหนดหน้าที่งานยุคใหม่ (Job Description)

  • ตัวอย่างที่ 6 : ใบกำหนดหน้าที่งานยุคใหม่ (Job Description Version 4) ที่มี KPI สอดคล้องกับงาน

  • Workshop 3 : ฝึกปฏิบัติออกแบบและกำหนด Position KPIs ให้สอดคล้องกับงานตาม Job Description Version 4   

ส่วนที่ 5  : เทคนิคการจัดทำแผนปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Action Plan) ให้สอดคล้องกับ KPIs

  • ความสัมพันธ์ของ KPIs กับแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) กับแผนกลยุทธ์ (Strategic Plan)

  • กุญแจทองสำคัญ 3 ดอก ในการจัดทำแผนปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

  • ขั้นตอนการจัดทำแผนการปฏิบัติงานแบบ PDCA

  • ตัวอย่างที่ 7 : แบบฟอร์มแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) สมัยใหม่ที่มีทั้ง KPIs และ PIs 

  • Workshop 4 : ฝึกปฏิบัติจัดทำแผนปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับ KPI   

วิธีการ/รูปแบบในการเรียนรู้

การบรรยาย (Lecture)  ในรูปแบบการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult Learning) ที่มีความรู้และประสบการณ์ โดยมุ่งเน้นการกระตุ้น/ระดมความคิดแบบมีส่วนร่วมระหว่างฝึกอบรม (Participative Techniques)

o   การจัดทำ Workshop ฝึกปฏิบัติ และการนำเสนองาน

   -> ออกแบบและกำหนด Functional KPIs ของหน่วยงานให้เชื่อมโยงกับ KPIs องค์กร

   -> ออกแบบ และจัดทำ Position KPIs ของตำแหน่งงาน

   -> เขียน Action Plan ให้เชื่อมโยงกับ KPIs

o   การตอบข้อซักถาม 

หลักสูตรนี้เหมาะสมสำหรับ

เจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูง QMR ผู้จัดการฝ่าย หัวหน้าแผนก เจ้าหน้าที่ และผู้สนใจทั่วไป

วิทยากร : อาจารย์ ธนุเดช  ธานี (อ.ต้น)

  • วิทยากรและที่ปรึกษาผู้ชำนาญการพิเศษด้าน HR จากประสบการณ์ 33 ปี และประสบการณ์ KPIs Management 18 ปี

  • วิทยากรพิเศษด้าน HRD ของ SGS ACADEMY

  • วิทยากรพิเศษด้าน HRD คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)

  • อดีตกรรมการสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) 2 สมัย

วันและเวลาสัมมนา :   

รุ่นที่  19  วันที่  21  มกราคม  2566  ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น.

สถานที่สัมมนา : 

โรงแรม St.James (สุขุมวิท 26 สถานีพร้อมพงษ์)

รูปเเบบ Public Training

ราคา โปรโมรชั่น  3,900 บาท/วัน

ลงทะเบียน 3 ท่าน ท่านละ 3,200 บาท

ลงทะเบียน 4 ท่านขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันโรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

http://www.tesstraining.com

 

Public training เปิดรับสมัคร หลักสูตร การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานการหยิบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ในคลังสินค้า (Picking and Packing System Efficiency in Warehouse) อบรม 26 มกราคม 2566

Public training เปิดรับสมัคร หลักสูตร การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานการหยิบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ในคลังสินค้า (Picking and Packing System Efficiency in Warehouse) อบรม 26 มกราคม 2566

บทนำ

        กระบวนการของการปฏิบัติงานการหยิบสินค้าและบรรจุภัณฑ์สินค้า (Picking and Packing process) ในคลังสินค้าเป็นกิจกรรมหนึ่งในส่วนของขาออก (Outbound) ที่สำคัญที่จะช่วยให้การจัดส่งและกระจายสินค้าได้รวดเร็วและมีความถูกต้องตามที่ลูกค้าต้องการ การปฏิบัติงานบรรจุภัณฑ์ที่ดีจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานของพนักงาน ด้วยการลดความสูญเปล่า ปัญหา และลดต้นทุนที่เกิดขึ้นในกระบวนการบรรจุภัณฑ์ รวมถึงสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ด้วยการจัดส่งที่ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ ปลอดภัยและทันเวลาที่ลูกค้าต้องการได้

        ดังนั้นผู้ปฏิบัติงานภายในคลังสินค้าควรพัฒนากระบวนการหยิบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงกระบวนการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้มีความเหมาะสมอยู่ตลอดเวลา เพื่อลดเวลาการทำงาน ลดความซ้ำซ้อน ลดความผิดพลาด และทำให้เกิดความคุ้มค่าอย่างต่อเนื่อง

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านการหยิบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ในคลังสินค้าให้มากขึ้น

  2. เพื่อลดความสูญเปล่า ความผิดพลาด ลดเวลาการปฏิบัติงานการหยิบสินค้าและบรรจุภัณฑ์

  3. เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานของพนักงานหยิบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง

   ให้มากขึ้น

  1. เพื่อให้เกิดการพัฒนากระบวนการหยิบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ได้อย่างต่อเนื่อง

  2. เพื่อเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้ามากขึ้น

หัวข้อการอบรม

  1. การปฏิบัติงานการหยิบสินค้าและบรรจุภัณฑ์คืออะไร ความสำคัญ คุณค่าและประโยชน์ (What is the

   Pick and Pack Process)

  1. กระบวนการหยิบสินค้าที่ดีผลอย่างไรต่อการปฏิบัติงานบรรจุภัณฑ์ (How an Excellent Pick

   Supports Pack Process)

  1. การพัฒนากระบวนการหยิบและบรรจุภัณฑ์สินค้า (Methods for Improving Picking and Packing

   Process)

  1. การสร้างระบบการหยิบและบรรจุภัณฑ์ที่ยอดเยียม (Creating the best picking and packing

   system)

  1. ขั้นตอนการปฏิบัติงานการหยิบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ (Order Picking and Packing Steps)

  2. วิธีการปฏิบัติงานด้านการหยิบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่รวดเร็วและเหมาะสม (Picking and Packing

    faster in a warehouse methods)

  1. เครื่องมือที่เหมาะสมในการปฏิบัติงานด้านการหยิบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ (Warehouse picking and

   packing equipment)

ระยะเวลาอบรม 1 วัน วันละจำนวน 6 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.

รูปแบบการฝึกอบรม การบรรยาย ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา กรณีศึกษา

กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มหลัก ผู้จัดการคลังสินค้า/ ผู้บริหารระดับกลาง หรือเจ้าหน้าที่ฝายคลังสินค้า ฝ่ายรับประกันคุณภาพสินค้าในคลังสินค้า และฝ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

วิทยากรอาจารย์ อนันต์ ดีโรจนวงศ์

             – MBA Logistics Management

             – Lean Production Consultant

             – ที่ปรึกษาสมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุน (A.S.I.A.)

             – ที่ปรึกษาเครือข่าย Lean Production สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น

             – ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมการผลิตและโลจิสติกส์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

             – อาจารย์พิเศษและวิทยากรด้านการผลิตและโลจิสติกส์ ม.รัฐฯและเอกชนหลายแห่ง

             – ที่ปรึกษาสถานประกอบการดีเด่นโครงการ OPOAI กระทรวงอุตสาหกรรม สาขาโลจิสติกส์

               ปี พ.ศ. 2557

วิทยากร  อนันต์ ดีโรจนวงศ์ ตำแหน่ง – ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมด้าน Lean Production & Logistics กรม

                                                 ส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

                                    – ที่ปรึกษาเครือข่าย สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น

                                    – ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมและ Logistics & Supply Chain

                                      Management สมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุน

                                    – อาจารย์พิเศษ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการโลจิสติกส์

                                      มหาวิทยาลัยรามคำแหง, สถาบันเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น, ม.ศรี

                                      ปทุม, ม.ธุรกิจบัณฑิต

                                    – ที่ปรึกษาสถานประกอบการดีเด่นสาขาการจัดการโลจิสติกส์

                                      โครงการ OPOAI กระทรวงอุตสาหกรรม ปี พ.ศ. 2557

 

จัดอบรม โรงเเรม สถานที่จัด โรงเเรม โนโวเทล สุขุมวิท 20 ติด BTS อโศก เดินทางสดวก

 

รูปเเบบ Public Training

ราคา โปรโมรชั่น  3,900 บาท/วัน

ลงทะเบียน 3 ท่าน ท่านละ 3,200 บาท

ลงทะเบียน 4 ท่านขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันโรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

www.tesstraining.com

www.inwtraining.com

confirm จัดอบรม Public Training  ยืนยันจัด หลักสูตร สุดยอดนักขายยุคใหม่เหนือยุคดิจิตัล อบรม 18 มกราคม 2566 อ.ประเสริฐ

confirm จัดอบรม Public Training  ยืนยันจัด หลักสูตร สุดยอดนักขายยุคใหม่เหนือยุคดิจิตัล อบรม 18 มกราคม 2566 อ.ประเสริฐ

จัด อบรม โรงเเรม โนโวเทล สุขุมวิท 20 ติด BTS อโศก สถานี MRT สุขุมวิท

หลักสูตรนี้มีคำตอบ ที่นี่
สนใจสมัครเพื่อรับองค์ความรู้ได้ที่ คุณกุ้ง 0988209929 คุณกุ้ง

หลักการและเหตุผล

สำหรับผู้ไม่เคยขาย (7 STEP) หรือปรับทัศนคติใหม่

สำหรับนักขายทุกคน

รู้สึกไหมครับว่า ปัจจุบันนักขายที่อยู่ในสังกัดของเราที่พึ่งเข้ามาทำงานใหม่ ทำไมอยู่ในโลกการขายได้ไม่นาน อีกทั้งครั้งนักขายที่อยู่ได้เพราะระบบในองค์กรเราเป็นแบบทีมซึ่งเอาไว้แชร์รายได้ ทั้งๆ ที่นักขายบางคนอาจจะทำงานได้มากกว่าเป็น แต่กลับเสียโอกาสไป นั้นก็เพราะว่าหลายคนคิดว่าการขายเป็นเรื่องง่ายซึ่งสวนทางกับลูกค้าในยุคปัจจุบันนั้นเอง ONLINE ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าเปลี่ยน แต่หากมองดูดีๆ จะพบว่าการขายไม่ไดแค่การใช้ออนไลน์ แล้วจะขายดี เพราะหากขาดทักษะการขายที่ดีการใช้ออนไลน์มาช่วยก็ไม่ได้หมายความว่าจะขายได้หากปราศจากทักษะในการหยุดลูกค้าไว้ที่เรา

ดังนั้นวิทยากรจึงไม่ได้มาแค่คุยเท่านั้น แต่มาจากการทำธุรกิจออนไลน์จริง ขายจริงทั้งแบบ B2B และ B2C กันเลยทีเดียวเพื่อมาตอบโจทย์ทางด้านการขายโดยตรงและที่สำคัญสุด ประสบการณ์สดๆ ร้อน จะเสิร์ฟคุณถึงตรงหน้า ไม่ต้องรอมานั่งเขียนหนังสือกว่าจะออกตั้งปีกว่า หรือมานั่งรอบทความที่ไม่สามารถถามได้เมื่อสงสัย จะรออยู่ทำไมครับ ในเมื่อคุณก้าวก่อนคนอื่นได้

วัตถุประสงค์

  • ทำความเข้าใจทิศทางการตลาดและหลักการสำหรับประยุกต์ใช้ในงานขายยุคดิจิตอล

  • เรียนรู้พฤติกรรม และเทคนิคการรับมือกับผู้บริโภคยุคดิจิตอล

  • สร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์และแผนการขายด้วยแหล่งข้อมูลยุคดิจิตอลสำหรับงานขายที่ทันสมัย

  • ริเริ่มแนวคิดการผสมผสานเทคนิคการขายดั้งเดิมร่วมกับแนวทางยุคดิจิตอลเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายสูงสุดในการขาย

สร้างสุดยอดนักขายที่พร้อมลงสนามสำหรับการแข่งขันในตลาดยุคดิจิตอล

หัวข้ออบรม

1)  ทักษะการขายเป็น ทักษะสร้างรายได้และเงินเดือนของคุณ

2)  มารู้จักกับการขาย ทักษะสร้างผลกำไร

3)  การขายแบ่งเป็น 2 ส่วน ขายแบบ B2B และ B2C

4)  หากจะขายสินค้าหรือบริการต้องรู้จักการดึงข้อดีของสินค้าออกมา

    ทดสอบ การขายด้วยสถานการณ์จริง

5)  แนวทางความคิดเพื่อสำเร็จทักษะการขาย

6)  ความสำเร็จด้านการขายคือ การคิดเชิงบวก

7)  การคิดเชิงบวกสู่การสร้างบุคลิกภาพและความมั่นใจในการขาย

8)  บุคลิกภาพสู่ความภูมิใจในการขายและการบริการ

9)  กระบวนการขาย B2B, B2C 7 ขั้นตอน แบบลงลึกทุกรายละเอียด

Step1 การค้นหาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

                 วิธีการได้มาซึ่งลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

   การเลือกกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสสานการขายสูง

   การคัดกรองความเป็นไปได้ในการซื้อขาย

Step2 การทำนัดกับลูกค้าแบบมืออาชีพ

                 กระบวนการทำนัดที่ดีและการเช็คประสิทธภาพการทำ

                 นัดที่ดีเทคนิคการทำให้ลูกค้ารับนัดเพื่อเสนอการขาย

Step3 การนัดพบครั้งแรก

                การเก็บข้อมูล Big data สำคัญ 3 มิติ ก่อนการนำเสนอการขาย

                 การเตรียมประสบการณ์ที่ดีในการพบกันครั้งแรก

                 มารยาทและการแนะนำตนเองเมื่อพบกันครั้งแรก

        Step4 การค้นหาความต้องการและนำเสนอ

                 การเกริ่นเพื่อเปิดประเด็นทางการขาย

                 หลักการเปิดการขายและเทคนิคการแสดงความเป็นผู้เชี่ยวชาญ

                 กระบวนการเก็บข้อมูลและความคิดเห็นของลูกค้า Customer Insight

                 Customer Insight ต่อยอดไปสู่การสร้างความเจ็บปวดและการนำเสนอการขาย

Step5 การรับคำปฎิเสธและสร้างการติดตาม

                เหตุผลของการเกิดคำปฎิเสธในรูปแบบต่างๆ

                กระบวนการจัดการคำปฎิเสธของลูกค้าเพื่อสร้างโอกาสทางการขาย

                การแก้เกมและการวางกับดักในการติดตามเพื่อนำเสนอการขายอีกครั้ง

       Step6 เจรจาต่อรองและปิดการขาย

                หลักการเจรจาเพื่อมุ่งการปิดการขายด้วยจิตวิทยา

                การใช้จิตวิทยาในการเจรจาต่อรองเพื่อรักษาสมดุลกำไร

                เทคนิคการขจัดข้อข้องใจเพื่อมุ่งเชิงบวกในการต่อรอง

                การควบคุมการสรุปและปิดการขาย

        Step7 การติดตามและดูแลหลังงานขาย

                Relation of Selling for Professional

                กระบวนการติดตามงานขายด้วยการวางแผนการขายอย่างต่อเนื่อง

                เทคนิคการเพิ่มยอดขายระหว่างดูแลหลังการขาย

 

วิทยากร อาจารย์ประเสริฐ สุขไพบูลย์กุล (Master of Business Administration (M.B.A) ประสบการณ์การสอนกว่า10 ปี ด้านการขาย, การตลาด, การบริการ และ Team Building จากแบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างๆ ที่มีการว่าจ้างอย่างต่อเนื่อง อาทิ โตโยต้า นิสสัน MBK ปริญสิริ ธนาคารกสิกรไทย ทีโอที ฯลฯ วิทยากรและที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดให้แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผลงานการเขียนบทความวิชาการต่างๆ และหนังสือ Ebook : กลยุทธ์นักขายในปัจจุบัน (Sale 2)

ราคาท่านละ 3,900 บาท/วัน (ไม่รวม VAT)

ราคาสุดพิเศษอย่างยิ่ง

ลงทะเบียน 4 ท่าน ขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี

1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)

2) ใบประกาศผ่านการอบรม

3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันบุฟเฟ่ต์โรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

 

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

www.tesstraining.com

www.inwtraining.com

เปิดรับสมัคร หลักสูตร  ทักษะการทำงานกับผู้อื่นให้ประสบความสำเร็จ  Collaboration Skill: Work together for the best results อบรม 27 ม.ค.66

เปิดรับสมัคร หลักสูตร  ทักษะการทำงานกับผู้อื่นให้ประสบความสำเร็จ  Collaboration Skill: Work together for the best results อบรม 27 ม.ค.66

หลักการและเหตุผล

          ปัญหาการเติบโตขององค์กร ส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ เช่น พนักงานไม่ร่วมมือร่วมใจในการทำงาน ต่างคนต่างทำ เพื่อให้งานในหน้าที่ หรืองานในหน่วยงานของตนประสบความสำเร็จ แต่ขาดการมองภาพองค์รวม และความสมัครสมานสามัคคี เพื่อนำองค์กรไปสู่เป้าหมายและทิศทางการทำงานแห่งความสำเร็จร่วมกัน

          รากของปัญหา เกิดจากพนักงานขาดทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น หรือ Collaboration Skill ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นมากต่อการทำงานเป็นทีม การทำงานบนความแตกต่างหลากหลาย การยินยอมที่จะลดอัตตา หรือระดับตำแหน่งลง เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันในลักษณะของ Partnership ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้ดี จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปลูกฝังความคิด ความเชื่อ และปูพื้นทักษะในด้านนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลักสูตรนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ไขโจทย์ดังกล่าว

 

วัตถุประสงค์

  • เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้เกี่ยวกับที่มาของพฤติกรรมมนุษย์ที่มีความหลากหลาย

  • เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เข้าใจถึงความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น

  • เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้มีเทคนิคและวิธีการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

หัวข้อการอบรม

  ความหลากหลายในองค์กรเกิดขึ้นเพราะอะไร

  มิติของความหลากหลาย

  ความท้าทายบนความหลากหลาย

  ความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration Skill)

  • หลักการทำงานร่วมกันในวัยทำงานให้ประสบผลสำเร็จ

  พักเบรก

  พฤติกรรมที่มีอิทธิพลต่อจิตใจผู้อื่น

  ความฉลาดทางอารมณ์ในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

  เทคนิคการเข้าใจผู้อื่นผ่านเครื่องมือทางจิตวิทยา เช่น DISC ทฤษฎีบุคลิกภาพ และ Generation Gap

  เทคนิคการทำงานกับผู้อื่น เช่น การแสวงหาความร่วมมือ การเข้าอกเข้าใจ (Empathy) การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การโน้มน้าวและจูงใจให้ประสบความสำเร็จ ฯลฯ

  พักกลางวัน

  รู้จักลักษณะ ทัศนคติและพฤติกรรมพนักงานแต่ละ Generation

  การคิดเชิงบวก ยอมรับความแตกต่าง และปรับตัวเข้าหาพนักงานแต่ละ Generation

  การสื่อสาร การประสานงาน และการทำงานร่วมกับพนักงานแต่ละ Generation ด้วยความเข้าใจ

  พักเบรก

  มนุษย์สัมพันธ์เพื่อการทำงานร่วมกันที่สัมฤทธิ์ผล

  เทคนิควิธีการสร้างมนุษย์สัมพันธ์ในการสร้างมิตรกับคนแต่ละ Gen

  หลักการพัฒนาตนเพื่อเสริมสร้างสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนร่วมงานในแต่ละ Gen

  เทคนิคสร้างการทำงานเป็นทีมสู่ความสำเร็จ

  สรุปตอบคำถาม

รูปแบบการอบรม

          การบรรยาย (30%)

การชมวีดีทัศน์ การใช้เกมและกิจกรรม (30%)

การเรียนรู้จากกรณีศึกษาและองค์กรชั้นนำ (20%)

การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ (20%)

รูปเเบบ Public Training

ราคา โปรโมรชั่น  3,900 บาท/วัน

ลงทะเบียน 3 ท่าน ท่านละ 3,200 บาท

ลงทะเบียน 4 ท่านขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันโรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

สถานที่จัดอบรม :  โรงเเรม โนโวเทล สุขุมวิท20 ติด BTS อโศก

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

หลักสูตรสามารถเลือกจัดรูปเเบบ IN HOUSE  ในองค์กรเเจ้งได้ค่ะ

www.tesstraining.com

www.inwtraining.com

Public Training เปิดรับสมัคร หลักสูตร “การลดต้นทุนและลดความสูญเปล่า 7 + 1 ประการในกระบวนการผลิต” (7 + 1 Wastes and Cost Reduction in Production Processing) อบรม 29 มีนาคม 2566

Public Training เปิดรับสมัคร หลักสูตร “การลดต้นทุนและลดความสูญเปล่า 7 + 1 ประการในกระบวนการผลิต” (7 + 1 Wastes and Cost Reduction in Production Processing) อบรม 29 มีนาคม 2566

 

            สภาวะปัจจุบันที่มีการแข่งขันทางด้านธุรกิจกันอย่างรุ่นแรง ทั้งจากภายในและต่างประเทศ ทำให้สถานประกอบการต่าง ๆ ที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตต้องการปรับตัวเป็นอย่างมาก การสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขันโดยการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า โดยการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง(High Quality) ต้นทุนการผลิตที่ต่ำอย่างเหมาะสม (Low Cost) และส่งมอบสินค้าได้ตรงกำหนดเวลา (On Time Delivery) จึงมีความจำเป็นอย่างมาก

           ด้วยเหตุนี้ การเพิ่มศักยภาพบริหารการผลิตจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยสร้างความได้เปรียบขององค์กร โดยนำแนวคิดการบริหารจัดการระบบ LEAN มาใช้เพื่อควบคุมการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการลดความสูญเปล่าในกระบวนการผลิต 7 + 1 ประการสำคัญที่มีอยู่ในองค์กร ได้แก่ ความสูญเสียจากการผลิตมากเกินไป (Over Production Waste) ความสูญเสียจากการขนส่ง (Transportation Waste) ความสูญเสียจากการรอคอย (Waiting Waste) ความสูญเสียจากสินค้าคงคลัง (Inventory Waste) ความสูญเสียจากผลิตภัณฑ์บกพร่อง (Defects Waste) ความสูญเสียจากการเคลื่อนไหว (Motion Waste) และ ความสูญเสียจากกระบวนการมากเกินไป (Over processing Waste) และความสูญเสียจากการขาดความคิดสร้างสรรค์และใช้คนที่ไม่เหมาะสมกับงาน (Non-Utilized Talent)

          LEAN คือ ปรัชญาในการผลิต ที่ถือว่าความสูญเปล่าเป็นตัวทำให้เวลาที่ใช้ในการผลิตยาวนานขึ้น และควรที่จะมีการนำเทคนิคต่าง ๆมาใช้ในการกำจัดความสูญเปล่าเหล่านั้นออกไป การผลิตแบบ Lean คือ การใช้หลักการชุดหนึ่งในการระบุและกำจัดความสูญเปล่า เพื่อส่งมอบสินค้าที่ลูกค้าต้องการทันเวลาที่ต้องการ Lean คือ แนวทางที่จะพัฒนา จังหวะ (RHYTM), การไหล (FLOW) และ สมดุล (BALANCE) ในกระบวนการผลิตใด ๆ และสามารถนำระบบ LEAN มาใช้เพื่อลดความสูญเปล่าโดยมีจุดประสงค์ในการลดต้นทุนการผลิตและสามารถปฏิบัติได้จริง เพื่อพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานให้ดี มีประสิทธิภาพ มีต้นทุนที่ต่ำอย่างเหมาะสม สร้างศักยภาพในการแข่งขัน และทำให้องค์กรมีผลกำไรในการดำเนินธุรกิจได้เพิ่มขึ้น

วัตถุประสงค์

– เพื่อให้เข้าใจถึงเหตุผล และความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการผลิต

– เพื่อทราบถึงความสูญเปล่าที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตและแนวทางในการลดความสูญเปล่าเหล่านั้น

– เพื่อลดระยะเวลาการผลิตได้ตามที่ลูกค้าต้องการอย่างต่อเนื่อง

– เพื่อได้รู้ถึงเทคนิคการลดต้นทุนการผลิตในธุรกิจอุตสาหกรรมได้อย่างเหมาะสม

– เพื่อการวิเคราะห์เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่เป็นเลิศ (The Best Practice)

– เพื่อการปรับปรุงพัฒนากระบวนการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง  

เนื้อหาของหลักสูตร

  1. หลักการ LEAN (LEAN Principles)

  2. การวิเคราะห์ผลิตภาพด้วยแผนภูมิสายธารแห่งคุณค่า (Value Stream Mapping)

  3. การจัดสมดุลสายงาน (Line Balancing)

  4. การผลิตอย่างต่อเนื่อง (Continuous Flow)

  5. การลดความสูญเปล่า 7 + 1 ประการ (8 Wastes)

  6. การทำงานอย่างเป็นมาตรฐาน (Standardized Works)

  7. ระบบการผลิตแบบดึง (Pull System)

  8. การปรับเปลี่ยนรุ่นการผลิต (Single Minute Exchange of Dies : SMED)

  9. การควบคุมคุณภาพด้วยหลักการ QC 7 Tools

  10. Total Productive Maintenance (TPM)

  11. ระบบการผลิตแบบทันเวลาพอดี (Just-in-Time)

  12. กิจกรรม 5ส.

  13. Kaizen (การปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง)

  14. A3 form

  15. Work Instruction

วิธีการสัมมนา   การบรรยาย การให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำ และถาม-ตอบ

 

กลุ่มเป้าหมาย    กลุ่มหลัก  ผู้จัดการโรงงาน/ ผู้บริหารระดับกลาง หรือเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร ฝ่ายผลิต ฝ่ายวางแผนการผลิต ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ ฝ่ายซ่อมบำรุง ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายคลังสินค้า วิศวกร

 

ระยะเวลา        1 วัน จำนวนวันละ 6 ชั่วโมง  เวลา 9.00 – 16.00 น.

 

วิทยากร  อนันต์ ดีโรจนวงศ์ ตำแหน่ง – ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมด้าน Lean Production & Logistics กรม

                                                ส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

                                    – ที่ปรึกษาเครือข่าย สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น 

                                    – ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมและ Logistics & Supply Chain  

                                      Management สมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุน

                                    – อาจารย์พิเศษ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการโลจิสติกส์

                                      มหาวิทยาลัยรามคำแหง, สถาบันเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น, ม.ศรี     

                                      ปทุม, ม.ธุรกิจบัณฑิต       

                                    – ที่ปรึกษาสถานประกอบการดีเด่นสาขาการจัดการโลจิสติกส์    

                                      โครงการ OPOAI กระทรวงอุตสาหกรรม ปี พ.ศ. 2557

 

รูปเเบบ Public Training

ราคา โปรโมรชั่น  3,900 บาท/วัน

ลงทะเบียน 3 ท่าน ท่านละ 3,200 บาท

ลงทะเบียน 4 ท่านขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันโรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

สถานที่จัดอบรม โรงเเรม โนโวเทล สุขุมวิท 20 ติด BTS อโศก

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

http://www.tesstraining.com

Public Training เปิดรับสมัคร หลักสูตร  เทคนิคการเช็คสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficient Stock & Inventory Control Technique) อบรม 27 กันยายน 2567

Public Training เปิดรับสมัคร หลักสูตร  เทคนิคการเช็คสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficient Stock & Inventory Control Technique) อบรม 27 กันยายน 2567

บทนำ

        การควบคุมสินค้าคงคลัง เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญมาก โดยใช้สำหรับแสดงปริมาณและชนิดของสินค้าคงคลังว่ามีมากน้อยเพียงใดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และเพื่อสามารถติดตาม ควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยให้มีประมาณสินค้าคงคลังไม่มากจนกลายเป็นต้นทุนที่จมอยู่ในคลังสินค้าและไม่น้อยจนเกินไปจนมีปริมาณสินค้าที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า

         การนับสต็อกและควบคุมสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้สามารถมีสินค้าคงคลังอย่างเพียงพอ ครบถ้วน สมบูรณ์และสามารถเติมเต็มสินค้าได้ก่อนที่สินค้าจะหมดลงได้อย่างทันเวลา และสามารถลดต้นทุนสินค้าคงคลังได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าคงคลังได้ ด้วยการกระจายข้อมูลสินค้าคงคลังที่ถูกต้องไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายผลิต ฝ่ายวางแผนการผลิต ฝ่ายบัญชีและการเงิน เพื่อการประสานงานด้านข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว สามารถเพิ่มยอดขายให้กับฝ่ายการตลาด ลดต้นทุนการจัดซื้อ จัดหาให้กับฝ่ายจัดซื้อ เพิ่มความถูกต้องแม่นยำให้กับฝ่ายวางแผนการผลิต และลดเวลาการผลิตให้กับฝ่ายผลิตได้เป็นอย่างดี           

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อสามารถนับสินค้าคงคลังได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องมากขึ้น

  2. เพื่อลดต้นทุนสินค้าคงคลังให้ต่ำอย่างเหมาะสมและอย่างต่อเนื่อง

  3. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการปฏิบัติงานภายในคลังสินค้ามากขึ้น

  4. เพื่อสามารถเติมเต็มสินค้าคงคลังได้ทันก่อนที่สินค้าจะหมดลง

  5. เพื่อลดความสูญเปล่าในกิจกรรมด้านคลังสินค้า

หัวข้อเนื้อหา   

  1. ความสำคัญของการนับสต็อกและสินค้าคงคลัง ประเภท และประโยชน์

  2. การแบ่งกลุ่มสินค้าคงคลังด้วยระบบ ABC (ABC Analysis)

  3. การวัดรอบการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง (Inventory Turnover)

  4. การจัดวางสินค้าบนชั้นวางที่ดีและมีประสิทธิภาพ

  5. เทคนิคการนับสต็อกได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

  6. เอกสารที่ใช้นับสต็อกและควบคุมสินค้าคงคลัง (Inventory Documents)

  7. ดัชนีชี้วัดการควบคุมสินค้าคงคลัง (Inventory KPIs)

  8. การติดตามและควบคุมสินค้าคงคลัง (Inventory Monitor and Control)

ระยะเวลาอบรม           1 วัน เวลาอบรมจำนวน  6 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น.  

วิทยากร          อาจารย์อนันต์  ดีโรจนวงศ์

รูปแบบการฝึกอบรม      การบรรยาย, อภิปรายเชิงปฏิบัติการ, ให้คำปรึกษา

กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มหลัก ผู้จัดการคลังสินค้า/ ผู้บริหารระดับกลาง หรือเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร ฝายคลังสินค้า ฝ่ายผลิต ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายวางแผนการผลิต วิศวกร และผู้สนใจทั่วไป

วิทยากร  อนันต์ ดีโรจนวงศ์ ตำแหน่ง – ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมด้าน Lean Production & Logistics กรม

                                                ส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

                                    – ที่ปรึกษาเครือข่าย สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น 

                                    – ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมและ Logistics & Supply Chain  

                                      Management สมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุน

                                    – อาจารย์พิเศษ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการโลจิสติกส์

                                      มหาวิทยาลัยรามคำแหง, สถาบันเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น, ม.ศรี     

                                      ปทุม, ม.ธุรกิจบัณฑิต       

                                    – ที่ปรึกษาสถานประกอบการดีเด่นสาขาการจัดการโลจิสติกส์    

                                      โครงการ OPOAI กระทรวงอุตสาหกรรม ปี พ.ศ. 2557

รูปเเบบ Public Training

ราคา โปรโมรชั่น  3,900 บาท/วัน

ลงทะเบียน 3 ท่าน ท่านละ 3,200 บาท

ลงทะเบียน 4 ท่านขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันโรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

สถานที่จัดอบรม โรงเเรม โนโวเทล สุขุมวิท 20 ติด BTS อโศก

 

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

http://www.tesstraining.com

Public training เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร การผลิตแบบ Toyota (Toyota Production System: TPS) อบรม 25 กุมภาพันธ์ 2566

Public training เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร การผลิตแบบ Toyota (Toyota Production System: TPS) อบรม 25 กุมภาพันธ์ 2566

การผลิตแบบโตโยต้า Toyota Production System คือปรัชญาพื้นฐานของความสำเร็จที่สมบูรณ์แบบในการกำจัดความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการผลิตยานพาหนะตามคำสั่งที่ลูกค้าต้องการด้วยความรวดเร็วตามปริมาณที่ลูกค้าต้องการและส่งมอบได้ตามกำหนด โดยมีหลักการ 2 ประการคือ Jidoka หรือระบบป้องกันความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์หรือเครื่องจักร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดของเสียด้วยการหยุดปัญหาที่เกิดขึ้นในสายการผลิตโดยทันที และการผลิตแบบทันเวลาพอดี หรือ Just in Time ด้วยการผลิตสินค้าตามปริมาณที่กระบวนผลิตการถัดไปต้องการเท่านั้นและให้การไหลของสินค้านั้นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

      หลักการ Toyota Production System นั้นจะช่วยให้สินค้าที่ผลิตได้มีคุณภาพที่ดีได้ตามที่ลูกค้าต้องการด้วยต้นทุนที่ต่ำเพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขันได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต อีกทั้งยังสามารถพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะ ความชำนาญในการผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพมากขึ้น ด้วยความคิดที่สร้างสรรค์ รวมถึงสร้างคุณค่าให้กับสินค้าได้มากขึ้นอยู่ตลอดเวลา

 

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้พนักงานในองค์กรได้ทราบถึงหลักการผลิตแบบ Toyota Production System และสามารถ

   นำไปประยุกต์ใช้ได้กับงานประจำของตนเองให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

  1. เพื่อลดความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตอย่างได้ผล และสามารถผลิตสินค้าได้ตามปริมาณที่ลูกค้า

   ต้องการ รวมถึงสามารถจัดส่งสินค้าได้ตามที่ลูกค้ากำหนด

  1. เพื่อสามารถผลิตสินค้าได้ตามคุณภาพ และมีมาตรฐานตามที่ลูกค้าต้องการ

  2. เพื่อสร้างบรรยากาศของความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นกับพนักงานในองค์กร

  3. เพื่อลดต้นทุนโดยรวมของการผลิตสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง

  4. เสริมสร้างการทำงานเป็นทีม มีความรับผิดชอบร่วมกัน และทำงานได้อย่างสอดคล้องกันตลอดทั้ง

   สายการผลิต

  1. เพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างยั่งยืน

 

หัวข้อการอบรม

 

– TPS คืออะไร ประวัติ หลักการ องค์ประกอบ และความสำคัญ

– วัฒนธรรมแบบ Toyota Way

– องค์ประกอบของบ้านที่มีคุณภาพแบบ TPS (Toyota Production System House)

– หลัก 7 ประการของ Toyota Production System

– การผลิตแบบ JIT (Just in Time ) และ ระบบป้องกันความผิดพลาดแบบ Jidoka

– 13 เสาหลักของ Toyota Production System

– กฎของการผลิตแบบ Kanban

– การประยุกต์ TPS สู่ระบบ Agile และ Lean Management

 

ระยะเวลาอบรม           อบรม 1 วัน วันละจำนวน  6 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น.

วิทยากร          อาจารย์อนันต์  ดีโรจนวงศ์

 

รูปแบบการฝึกอบรม      การบรรยาย, ให้คำปรึกษา แนะนำ, กรณีศึกษา 

 

กลุ่มเป้าหมาย    กลุ่มหลัก  ผู้บริหารระดับสูง/ระดับกลาง หัวหน้างาน เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ฝายปฏิบัติการผลิต, ฝ่ายวางแผนการผลิต ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ, ฝ่ายซ่อมบำรุง, ฝ่ายคลังสินค้า วิศวกร และฝ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

วิทยากร  อนันต์ ดีโรจนวงศ์ ตำแหน่ง – ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมด้าน Lean Production & Logistics กรม

                                      ส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

                                    – ที่ปรึกษาเครือข่าย สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น 

                                    – ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมและ Logistics & Supply Chain  

                                      Management สมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุน

                                    – อาจารย์พิเศษ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการโลจิสติกส์

                                      มหาวิทยาลัยรามคำแหง, สถาบันเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น, ม.ศรี     

                                      ปทุม, ม.ธุรกิจบัณฑิต       

                                    – ที่ปรึกษาสถานประกอบการดีเด่นสาขาการจัดการโลจิสติกส์   

                                      โครงการ OPOAI กระทรวงอุตสาหกรรม ปี พ.ศ. 2557

รูปเเบบ Public Training

ราคา โปรโมรชั่น  3,900 บาท/วัน

ลงทะเบียน 3 ท่าน ท่านละ 3,200 บาท

ลงทะเบียน 4 ท่านขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันโรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

สถานที่จัดอบรม โรงเเรม โนโวเทล สุขุมวิท 20 ติด BTS อโศก

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

http://www.tesstraining.com

Public Training เปิดรับสมัคร หลักสูตร เทคนิคการขาย เพื่อการเป็นมืออาชีพขั้นเทพ 2023 อบรม 10 มีนาคม 2566

Public Training เปิดรับสมัคร หลักสูตร เทคนิคการขาย เพื่อการเป็นมืออาชีพขั้นเทพ 2023 อบรม 10 มีนาคม 2566

หลักการและเหตุผล

การขายในยุคนี้เน้นความต่างมาเป็นอันดับแรก เพราะปัจจุบันนักขายมีความคล้ายเหมือนกันมากจนเกินไป กล่าวคือ พนักงานขายไม่ได้แสดงบทบาททางการขายที่สมบูรณ์ จึงมีให้เห็นบ่อยว่า พนักงานขายส่วนใหญ่จะเน้นแต่การนำเสนอขายเพียงอย่างเดียว แต่ไม่เข้าใจความต้องการ นำเสนอได้ไม่ตรงจุดหรือแม้แต่การขจัดข้อข้องใจหรือการจับประเด็นในการเจรจาต่อรอง อีกทั้ง ในยุคนี้ประเด็นใหม่ก็มาท้าทายพนักงาน คือ หากมัวแต่ค้นหาปัญหาลูกค้าจนลืมการเสนอไอเดียก็ถือว่าแนวทางการขายที่เก็บปัญหาด้านเดียวก็ถือว่าล้าหลัง ดังนั้น การขายขั้นเทพ หมายถึง คุณจะเป็นนักขายที่มีแนวทางในการเสนอไอเดียเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าของคุณเอง

สิ่งที่จะได้รับ

1) ผู้เข้าอบรมเข้าใจถึงกระบวนการขายยุคใหม่ที่นักขายมืออาชีพควรปฎิบัติเพื่อต่อสู้กับยุค AI
2) ผู้เข้าอบรมเข้าใจถึงยุทธิวิธีการเข้าถึความต้องการงของลูกค้า
3) ผู้เข้าอบรมสามารถวิเคราะห์ประเภทลูกค้า เพื่อการนำเสนอการขายที่ตรงใจได้อย่างมืออาชีพ
4) ผู้เข้าอบรมเข้าใจแนวทางในการนำเสนอไอเดียและวิธีการแก้ไขปัญหาเพื่อส่งเสริมโอกาสทางการขาย
5) ผู้เข้าอบรมสามารถวิเคราะห์จุดเด่นของสินค้า และหาจุดขายของสินค้าที่เหนือคู่แข่งได้
6) ผู้เข้าอบรมพัฒนาเทคนิคการขจัดข้อข้องใจเพื่อนำลูกค้าไปสู่การเจรจาต่อรอง
7) ผู้เข้าอบรมสามารถพัฒนาเทคนิคปิดการขายและสร้างประตูปิดการขายได้อย่างไม่ยาก

หัวข้อเนื้อหา

ศิลปะการขายสินค้าให้ได้ราคา

·      ล้วงลับ “กลลวงการขาย” ให้ได้ยอด

·      “ยอดขายทะลุเป้า” ต้องรู้หลักจิตวิทยา

·      Workshop ขายเหมือนกันต่างกันอย่างไร

·      “CUSTOMER’S RAT” ลูกค้าคือหนู ต้องจับหนูให้อยู่หมัด

4 TOOLS การใช้ 4 อาวุธเพื่ออ่านเกมขายเพิ่มยอด

·     CUSTOMER INSIGHT เทคนิคการอ่านพฤติกรรมลูกค้า

·      ปรับจุดยืนสร้างสัมพันธ์ก่อนซื้อขาย ให้ง่ายแบบไม่ต้องขาย

·      เสกมนตร์ลับสร้างความต่างทางการขาย ให้เห็นตัวคุณแบบแตกต่าง

·      Workshop การอ่านลูกค้า 4 แบบ และการแสดงออกต่อการคุยที่ตรงกัน

BENEFIT วิเคราะห์จุดเด่นของสินค้าและสิ่งที่ลูกค้าสนใจ

·      “กระจก” สะท้อนข้อข้องใจขจัดข้อโต้แย้ง

·      การสวนกลับเชิงบวกพิชิตใจ ขจัดข้อข้องใจให้ไม่กระทบความรู้สึก

·      กฎเหล็กเจรจาและปิดการขายที่ทรงพลังจนสร้างประตูปิดการขายได้

ไพ่ 3 ใบ สู่การโน้มน้าวให้สำเร็จ

·      CLOSE SELLING ปิด ตัด จบ 3 เทคนิคสร้างยอดขาย

·      กลยุทธ์สรุปการขายแบบนักขายขั้นเทพ

·      สรุปการบรรยาย

รูปเเบบ Public Training

ราคา โปรโมรชั่น  3,900 บาท/วัน

ลงทะเบียน 3 ท่าน ท่านละ 3,200 บาท

ลงทะเบียน 4 ท่านขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันโรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

สถานที่จัดอบรม โรงเเรม โนโวเทล สุขุมวิท 20 ติด BTS อโศก

หลักสูตร สามารถจัดภายในองค์กรรูปเเบบ In-house ได้ค่ะ

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

http://www.tesstraining.com