Online Zoom หลักสูตร การประเมินผลการปฏิบัติงานยุคใหม่ ด้วย KPI และ Competency (Performance Appraisal : PMS Module 2) : 26 กรกฎาคม 2564

Online Zoom หลักสูตร การประเมินผลการปฏิบัติงานยุคใหม่ ด้วย KPI และ Competency (Performance Appraisal : PMS Module 2) : 26 กรกฎาคม 2564

 

ราคาโปรโมชั่น ท่านละ 2,500 บาท/วัน (ไม่รวม VAT)

สมัคร 3 ท่าน เข้าอบรม 4 ท่านเเถม 1 ค่ะ

 

วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ : เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม

  1. เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับแนวคิด และความสำคัญของกระบวนการบริหารผลการปฏิบัติงานสมัยใหม่ (Modern Performance Management Process)

  2. สามารถแยกความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง KPI กับ OKR ได้

  3. สามารถกำหนด Key Performance Indicators (KPIs) ในการประเมินผลงานให้สอดกับเป้าหมายองค์กรและงานที่รับผิดชอบ

  4. สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง Key Performance Indicators, Performance Indicators และ Competency  ได้อย่างชัดเจน

  5. สามารถกำหนดหลักเกณฑ์ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีสมัยใหม่ได้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ด้วย KPI   และ Competency

  6. เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับ Performance Feedback ที่มีประสิทธิภาพ

  7. สามารถนำผลการประเมินไปใช้ในการบริหารผลงานได้อย่างเป็นระบบ 

หัวข้อสำคัญที่ท่านจะได้เรียนรู้ : 

ส่วนที่  1  :  ปฐมบทเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานสมัยใหม่ (Introduction to Modern Performance Appraisal)

  • ความเชื่อมโยงของการประเมินผลการปฏิบัติงานกับระระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management System : PMS)

  • 6 ขั้นตอนสำคัญของระบบบริหารผลการปฏิบัติงานเชิงกลยุทธ์ (Strategic Performance Management Process)

  • Key Performance Indicators และ Competency เครื่องมือและเกณฑ์ในการประเมินผลยุคใหม่

  • แนวทางการกำหนดปัจจัยและค่าน้ำหนักความสำคัญในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปียุคใหม่  

ส่วนที่  2  :  ความเหมือนที่แตกต่าง และความแตกต่างที่เหมือนกัน ของ KPI (Key Performance Indicator) กับ OKR (Objective and Key Result)

  • ความเหมือนที่แตกต่างของ KPI กับ OKR

  • ความแตกต่างที่เหมือนกันของ KPI กับ OKR

  • ถ้า OKR ไม่นิยมใช้ประเมินผล แล้วองค์กรที่ใช้ OKR ใช้เครื่องมือใดในการประเมินผล ???

ส่วนที่  3  :  เทคนิคการกำหนด Key Performance Indicators (KPIs) ในการประเมินผลการปฏิบัติงานให้เชื่อมโยงสอดคล้องกับ Vision และ Objective

  • ความหมายและประเภทของ KPI

  • การกำหนด Corporate KPIs ด้วย Balance Scorecard (BSC)  เพื่อวัดผลการดำเนินงานทางธุรกิจขององค์กร

  • แนวทางการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายขององค์กร (Corporate KPIs)

  • แนวทางการกำหนดตัวชี้วัดผลงานของแต่ละฝ่ายงาน (Functional KPIs) ให้เชื่อมโยงกับนโยบาย (Policy) วัตถุประสงค์ (Objective) และเป้าหมายองค์กร (Corporate KPIs)

  • Workshop 1 : ฝึกปฏิบัติกำหนด Functional KPIs ของฝ่ายงาน ให้เชื่อมโยงกับ Objective และเป้าหมายองค์กร (Corporate KPIs)

  • การจัดทำบันทึกข้อตกลงผลงาน (Performance Agreement) ให้เชื่อมโยงกับนโยบาย (Policy) วัตถุประสงค์ (Objective) และเป้าหมายองค์กร (Corporate KPIs)

  • แนวทางการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายของตำแหน่งงาน (Position KPIs / Individual KPIs)

  • ความแตกต่างระหว่าง Key Performance Indicators กับ Performance Indicators

  • แนวทางการออกแบบและเชื่อมโยง KPIs สู่การประเมินผลงาน

  • Workshop 2 : ฝึกปฏิบัติออกแบบประเมินผลการปฏิบัติงานด้วย KPI ของแต่ละตำแหน่งงาน 

ส่วนที่  4  :  วิธีการกำหนดและเชื่อมโยง Competency ไปสู่การประเมินผลการปฏิบัติงาน 

  • ความหมายและประเภทของ Competency

  • ข้อมูลแหล่งที่มา และประเภทของ Competency

  • ความแตกต่างระหว่าง Key Performance Indicators กับ และ Competency

  • แนวทางการกำหนด Competency ในการประเมินขีดความสามารถจาก Job Description Version 4

  • แนวทางการแปลง Competency จาก Training Road Map สู่การประเมินความสามารถประจำปีที่สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร พร้อมตัวอย่าง 

ส่วนที่  5  :  แนวทางในการประเมินผลงานอย่างเป็นธรรมและได้รับการยอมรับ

  • แนวทางในการประเมินผลงานอย่างเป็นธรรมและได้รับการยอมรับ

  • กระบวนการในการประเมิน และ Feedback ผลการปฏิบัติงานลูกน้อง 6 ขั้นตอน 

ส่วนที่  6  :  แนวทางการแจ้งผลการปฏิบัติงาน (Positive Feedback) ให้ได้ทั้งใจและได้ทั้งงานจากลูกน้อง

  • เทคนิคการแจ้งผลงาน (Positive Feedback) แบบได้ทั้งใจ และได้ทั้งผลงานจากลูกน้อง 

ส่วนที่  7  :  การนำผลการประเมินไปปรับใช้งานเชื่อมโยงกับ Human Resources System

  • แนวทางการเชื่อมโยงผลการปฏิบัติงานกับแผนพัฒนารายบุคคล (Performance Appraisal linked to Individual Development Plan : IDP)

  • แนวทางการเชื่อมโยงผลการประเมินกับ Training Road Map และ Career Path

  • แนวทางการเชื่อมโยงผลการประเมินกับ Succession Plan ด้วย Competency และ KPI

  • แนวทางการเชื่อมโยงผลการประเมินกับการปรับค่าจ้างประจำปียุคใหม่ แบบอิงเกรด ไม่อิง Bell Curve  

รูปแบบและวิธีการเรียนรู้ :

  • การบรรยาย

  • ประกอบการแชร์ประสบการณ์ตรง

  • การทำกิจกรรมกลุ่ม (Workshop) ในการปฏิบัติจริง

  • ประชุมระดมความคิด นำเสนอผลงาน

  • ซักถาม การแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกัน  

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ :

เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้จัดการ หัวหน้าแผนก ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และผู้สนใจทั่วไป

วิทยากร (Trainer)  :  อาจารย์ ธนุเดช ธานี (อ.ต้น)

  • วิทยากรและที่ปรึกษาผู้ชำนาญการพิเศษด้าน HR จากประสบการณ์ 31 ปี

  • วิทยากรพิเศษด้าน HRD ของ SGS ACADEMY

  • วิทยากรพิเศษด้าน HRD คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)

  • อาจารย์พิเศษคณะบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (M.B.A.) มหาวิทยาลัยภาครัฐ

  • อาจารย์พิเศษคณะรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต (M.P.A.) มหาวิทยาลัยเอกชน

  • อดีตกรรมการสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) 2 สมัย

  • ที่ปรึกษาฝึกอบรมเทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด

นและเวลาอบรม (DATE AND TIME) : 

รุ่นที่  13  วันที่  22  กรกฎาคม  2564  ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น.

รุ่นที่  14  วันที่  19  ตุลาคม  2564  ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น.

สถานที่อบรม (VENUE) : 

St. James Hotel สุขุมวิท 26 (สถานีพร้อมพงษ์)

ราคาท่านละ 3,900 บาท/วัน (ไม่รวม VAT)

สมาชิกโอนชำระก่อน  3,500 บาท

ลงทะเบียน 3 ท่าน ท่านละ 3,200 บาท

ลงทะเบียน 4 ท่าน ขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี

1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)

2) ใบประกาศผ่านการอบรม

3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันบุฟเฟ่ต์โรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

 

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

http://www.tesstraining.com

Online Zoom เปิดรับสมัคร หลักสูตร การบริหารให้ได้ผล: แบบได้ทั้งคน ได้ทั้งงาน (10 ก.พ. 66) อ.ดร.สันติชัย

Online Zoom เปิดรับสมัคร หลักสูตร การบริหารให้ได้ผล: แบบได้ทั้งคน ได้ทั้งงาน (10 ก.พ. 66) อ.ดร.สันติชัย

ราคา 1,500 บาท 09.00-12.00

โปรโมรชั่นจ่าย 3 ท่าน เข้าอบรมได้ 4 ท่าน เเละรับส่วนลดเพียงท่านละ 1,300 บาท

 

ONLINE TRAINING หลักสูตร การบริหารให้ได้ผล: แบบได้ทั้งคน ได้ทั้งงาน (PERFORMANCE MANAGEMENT: CONNECT AND UTILIZE PEOPLE) 

สามารถเรียนได้ทางคอมเเละมือถือ อยู่ที่ไหน ก้อสามารถเรียนได้ ผ่านระบบโปรเเกรม ZOOM

หลักการและเหตุผล

ความสำเร็จขององค์กรที่เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ไม่เพียงแค่การมีทิศทางและกลยุทธ์การจัดการที่ดีเท่านั้น แต่ผู้บริหารจะต้องสามารถบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้เป็น ซึ่งคำว่า “เป็น” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง การรีดเอาผลงานให้ได้มาก แต่กลับเป็นเรื่องของการสร้างความชัดเจนในเป้าหมายการทำงานให้กับพนักงาน  การมอบหมายงาน การจูงใจ การสอนงาน การประเมินผลงาน และการให้รางวัลอย่างเป็นธรรม

จากกระบวนการที่กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นที่มาของหลักสูตร “การบริหารให้ได้ผล: แบบได้ทั้งคน ได้ทั้งงาน”ซึ่งเน้นการให้เทคนิคและวิธีการที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในบริษัทต่างๆ อย่างไรก็ตามเพื่อให้การเรียนรู้มีความหลากหลาย และชัดเจนมากยิ่งขึ้น วิทยากรจะนำเสนอประสบการณ์ของบริษัทที่ล้มเหลวมาประกอบด้วย เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจมิติทั้งความสำเร็จและล้มเหลวไปพร้อมกัน

วัตถุประสงค์

เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดและหลักการการบริหารผลงาน

เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำแนวคิดและหลักการเกี่ยวกับการประเมินผลงานไปประยุกต์ใช้กับการบริหารผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเองได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับวัฒนธรรมการทำงานขององค์กร

เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจถึงเทคนิคการบริหารผลงาน และสามารถป้องกันปัญหาจากการใช้เครื่องมือที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้การประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

          การจัดฝึกอบรมครั้งนี้จะส่งผลให้แต่ละส่วนได้รับประโยชน์ ดังนี้

บริษัทมีแนวทางการบริหารผลงานที่ชัดเจน องค์กรและพนักงานได้รับประโยชน์ควบคู่กัน

ผู้นำทีมเข้าใจงานและบทบาทหน้าที่ของตนเอง และรับทราบว่าการทำงานของตนมีส่วนช่วยให้บริษัทประสบความสำเร็จได้อย่างไร

ผู้เข้าอบรม

ได้รู้ว่าตนเองมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารผลงานมาก/น้อยเพียงใด อะไรคือจุดที่ยังเข้าใจได้ไม่รอบด้าน (IMPROVEMENT AREA) อะไรคือจุดที่ตนเองเข้าใจถูกต้องแล้ว (STRENGTHEN AREA)

ได้ต่อยอดองค์ความรู้ และเกิดความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติได้มากขึ้น

มีความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือต่างๆ และเห็นมุมมองที่แตกต่าง เพื่อนำไปต่อยอดสำหรับการปรับปรุงและพัฒนาการบริหารผลงานได้อย่างดีเยี่ยมต่อไป

รูปแบบการเรียนรู้

          เป็นการฝึกอบรมแบบเข้มข้น (INTENSIVE LEARNING COURSE) ผ่านวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งได้แก่ การบรรยาย การยกกรณีตัวอย่าง (EXAMPLE CASE) ทั้งที่ล้มเหลวและประสบความสำเร็จ การเรียนรู้ผ่านเกมและกิจกรรม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และตอบคำถาม เพื่อให้การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในระหว่างการเรียนรู้ และหลังการเรียนรู้ไปแล้ว ผู้เรียนยังสามารถสอบถามหรือขอคำปรึกษาจากวิทยากรได้ตลอดเวลา

กำหนดการ

เนื้อหาการเรียนรู้

จำนวน

รูปแบบการเรียนรู้

  • บทบาทของผู้นำกับการบริหารองค์กร

  • จุดเปลี่ยน และคุณสมบัติของผู้นำในโลกยุคใหม่

  • ปูพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับหลักการบริหารผลงาน

–       นิยาม ความหมาย ความจำเป็นที่ต้องมีการบริหารผลงาน

–       วิวัฒนาการของการบริหารผลงาน

–       ที่มาของผลงาน

2 ชม.

บรรยาย ยกตัวอย่าง กิจกรรม ถาม-ตอบ

  • กระบวนการบริหารผลงาน

–       เทคนิคการกำหนดเป้าหมายการทำงาน

–       เทคนิคการมอบหมายงาน

–       เทคนิคการติดตามผล

–       เทคนิคการการสอนงาน

–       เทคนิคการประเมินผล

–       เทคนิคการแจ้งผลการปฏิบัติงานประจำปี

2.5 ชม.

บรรยาย ยกตัวอย่าง เกม กรณีศึกษา ถาม-ตอบ

  • การนำผลการประเมินไปใช้ประโยชน์

–       การนำไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาบุคลากร

–       การนำไปเชื่อมโยงกับการขึ้นเงินเดือนและจ่ายโบนัส

–       การนำไปเชื่อมโยงกับการเลื่อนตำแหน่ง

–       การนำไปเชื่อมโยงกับการรักษาบุคลากร

–       การนำไปเชื่อมโยงกับการลงโทษและให้ออกจากงาน

1 ชม.

บรรยาย ยกตัวอย่างกรณีศึกษา

  • สรุปบทเรียน และให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมต่อการนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและถูกต้องสูงสุด

0.5 ชม.

บรรยาย ยกตัวอย่าง

ถาม-ตอบ

 

วิทยากร

ดร.สันติชัย อินทรอ่อน

วิทยากรและที่ปรึกษาบริษัท เทสส์เทรนนิ่ง จำกัด

อบรมแบบ ONLINE ผ่าน ZOOM

 

ติดต่อสอบถามจัดหลักสูตร IN HOUSE & PUBLIC TRAINING

TEL : 02-577-5369, 099-162-9559

E-MAIL: CONTACT.TESSTR@GMAIL.COM

LINE ID : @TESSTRAINING

FACEBOOK : TESSTRAININGPAGE

Online Zoom หลักสูตร การบริหารความเสี่ยง (RISK MANAGEMENT) (9 ก.ค.64) อ.พลกฤต 09.00-15.00

Online Zoom หลักสูตร การบริหารความเสี่ยง (RISK MANAGEMENT) (9 ก.ค.64) อ.พลกฤต 09.00-15.00

ราคาท่านละ 1,500 บาท/วัน (ไม่รวม VAT)

หลักสูตร การบริหารความเสี่ยง (RISK MANAGEMENT)

 

หลักการเเละเหตุผล

การทำงานใดๆ หากเกิดข้อผิดพลาดหรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ภายใต้สถานการณ์การที่ไม่แน่นอนอันเนื่องมาจากการทำงาน ทำให้ได้รับผลกระทบความเสี่ยง (RISK)  ไม่ว่าเหตุการณนั้นจะเกิดขึ้นจากปัจจัยภายใน หรือภายนอก หากไม่มีการวิเคราะห์หรือการประเมินความเสี่ยงไว้เลย ย่อมส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจอย่างแน่นอน

 

ดังนั้นการทำงานใดๆไม่ว่าจะอยู่ในส่วนใดของบริษัท สิ่งที่จำเป็นที่สุด คือ ต้องมีการจัดการกับความเสี่ยงเหล่านั้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว การบริหารความเสี่ยง (RISK MANAGEMENT) เป็นเครื่องมือเดียวที่จะช่วยลดความเสี่ยงโดยผ่านกระบวนการจัดทำแผนความเสี่ยง แล้วนำแผนนั้นไปปฏิบัติ ติดตามประเมินผลเป็นระยะ และมีการจัดทำรายงาน โดยจะต้องมีความสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ จะทำให้เดินไปสู่เป้าหมายและเพิ่มประสิทธิภาพในงานได้อย่างแท้จริง

 

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการความเสี่ยง

  2. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้หลักของการประเมินความเสี่ยงในงานที่ทำ

 

วิธีการอบรม

การบรรยาย ยกตัวอย่าง และการประยุกต์ใช้ในองค์กร กิจกรรมกลุ่ม

 

เหมาะสำหรับ

ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ

ฝ่ายตรวจสอบ หน่วยบริหารความเสี่ยง

ฝ่ายปรับปรุงคุณภาพและระบบงาน

 

เนื้อหาการบรรยาย

1)          สร้างความเข้าใจความหมายของ วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ขององค์กร

2)          วินิจฉัย เป้าหมาย พันธกิจ เพื่อดูความสอดคล้องว่าเป็นไปในทิศทางใด

3)          สรุปผลวินิจฉัย และทำฉันทามติ ร่วมกัน

4)          ความหมายและหลักการบริหารความเสี่ยง

5)          ความเสี่ยงระดับองค์กร

6)          ความเสี่ยงระดับธุรกิจ

7)          ความเสี่ยงระดับหน่วยงาน

8)          ประโยชน์ของการบริหารความเสี่ยง

9)          ประโยชน์ทางตรง

10)     ประโยชน์ทางอ้อม

11)     กระบวนการบริหารความเสี่ยง

12)     การกำหนดวัตถุประสงค์ (OBJECTIVE SETTING)

13)     การบ่งชี้เหตุการณ์ (EVENT IDENTIFICATION)

14)     การประเมินความเสี่ยง (RISK ASSESSMENT)

15)     การตอบสนองความเสี่ยง (RISK RESPONSE)

16)     กิจกรรมการควบคุม (CONTROL ACTIVITIES)

17)     การติดตามผล (MONITORING)

18)     เทคนิคการวิเคราะห์ความเสี่ยง

19)     SWOT สภาพปัจจุบัน และอนาคต

20)     ความสามารถของการระบุความเสี่ยงจากงานที่ทำระหว่างหัวหน้างาน และผู้ใต้บังคับบัญชา

21)     เทคนิคการบริหารความไม่แน่นอนบนความเสี่ยงในภาวะวิกฤต

22)     การหลีกเลี่ยง (AVOID)

23)     การร่วมจัดการ (SHARE)

24)     การลด (REDUCE)

25)     การยอมรับ (ACCEPT)

26)     การจัดทำแผนบริหารความเสี่ยง และการติดตามประเมินผล และจัดทำรายงาน

 

วิทยากรอาจารย์พลกฤต โสลาพากุล

อบรมแบบ ONLINE ผ่าน ZOOM

อบรมแบบพบอาจารย์ จัดอบรมที่ NOVOTEL สุุขุมวิท20

อบรมแบบพบอาจารย์ ฟรี

1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)

2) ใบประกาศผ่านการอบรม

3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันบุฟเฟ่ต์โรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน 

ติดต่อสอบถามจัดหลักสูตร IN HOUSE & PUBLIC TRAINING

TEL : 02-577-5369, 099-162-9559

E-MAIL: CONTACT.TESSTR@GMAIL.COM

LINE ID : @TESSTRAINING

FACEBOOK : TESSTRAININGPAGE

Online Zoom หลักสูตร : การบริหารงานแบบคล่องตัวสำหรับโครงการ (Agile Project Management) 8 ส.ค.64

Online Zoom หลักสูตร : การบริหารงานแบบคล่องตัวสำหรับโครงการ (Agile Project Management) 8 ส.ค.64 09,00-16.00

สามารถเรียนได้ทางคอมเเละมือถือ อยู่ที่ไหน ก้อสามารถเรียนได้ ผ่านระบบโปรเเกรม ZOOM

โปรโมชั่นOnline Training  ราคา ท่านละ 2,500 บาท  09.00-16.00

 

เคยไหม? ที่เจองานหลายๆงานแล้วงานเสร็จล่าช้าไม่ตรงตามกำหนด งบประมาณบานปลาย ทีมงานทำงานยุ่งทำงานไม่เสร็จกับทีมงานที่ว่างไม่รู้จะทำอย่างไร? จะรักษา balance ในการทำงานของทีมงานได้อย่างไร? เพื่อจัดการกับปัญหาเหล่านี้
การทำงานแบบ Agile ถือเป็นอีกทางรอดขององค์กรให้เกิดการทำงานที่เร็วขึ้น และตอบสนองความต้องการกับกลุ่มเป้าหมายสูงสุด เนื่องจากมีหลายๆคนที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้านช่วยกันวางแผน พัฒนานำไปสู่การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับนักบริหาร ผู้จัดการ หัวหน้างาน ผู้รับผิดชอบโครงการ ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่สนใจที่จะพัฒนาทักษะการทำงานแนวใหม่แบบ Agile โดยนำเทคนิคมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการวางแผน และทำงานไปทีละนิดๆ และค่อยๆ ประเมินว่า “ไปต่อดีหรือถูกทางไหม” แล้วจึงเดินหน้าต่อนั่น หมายถึง การกำหนดเป้าระยะสั้นและค่อยเป็นค่อยไป เมื่อเจอปัญหาหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงจะสามารถรับมือแก้ไขได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
การที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ของการดำเนินงานตามนโยบายและเป้าหมาย ที่บริษัทกำหนด และสิ่งสำคัญคือการอบรมให้พนักงานทุกคนทราบขั้นตอนการดำเนินงานตามหลักคิดนี้ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้พนักงานดำเนินกิจกรรมไปในทิศทางเดียวกันก่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและทำให้บริษัท ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย และสอดคล้องกับนโยบายขององค์กร ที่สามารถต่อยอดเพื่อสร้างประสิทธิภาพให้แก่องค์กร ไปสู่โครงการอื่น ๆ ต่อไป

วัตถุประสงค์
เพื่อสร้างความเข้าใจต่อต้นทุนการผลิต และสร้างผลกำไรให้กับบริษัท
เพื่อสร้างแนวคิดในการประยุกต์ใช้ หลักการ Agile ในการสร้างประสิทธิผลต่องานที่ทำ
เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาหน่วยงานและบริษัทอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเชื่อมั่นและกล้าถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้ ความชำนาญในการทำงานร่วมกัน
เพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับผู้เข้ารับการอบรม

หัวข้อการอบรม
1. Agile การบริหารอย่างคล่องตัว และฉับไว
– อะไรคือแนวคิดการบริหารงานแบบ Agile
– แนวคิดการบริหารงานขององค์กรยุคใหม่ และตัวอย่างขององค์กรที่นำ “Agile” เข้ามาใช้ในการทำงาน
– ความแตกต่างระหว่างการทำงานแบบทั่วไปกับแบบ Agile
– Agile Mind-set
– Waterfall Process
– ข้อดี-ข้อเสียของการทำงานแบบทั่วไปกับแบบ Agile
– แบบสำรวจความเหมาะสมในการใช้ Agile ในองค์กร
รายละเอียด อธิบายถึงที่มาของการทำ Agile ทำไมจึงเกิดแนวคิดนี้ขึ้น และแนวคิด Agile เหมาะสมกับองค์กรแบบไหน ทำไมบางองค์กรใช้แล้วสำเร็จ บางองค์กรใช้แล้วไม่ได้ผล ซึ่งการทำ Agile สิ่งสำคัญที่สุดคือ การปรับ Mindset ของคนทำงาน ไม่ให้ยึดติดวิธีการเดิม แต่ต้องปรับตังให้รวดเร็วตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
2. การบริหารโครงการแบบ Agile วิธีการทำงานตามแนวคิดของ Agile
– ไม่เน้นกระบวนการและเอกสาร
– ยอมรับความเปลี่ยนแปลง
– ทำทีละนิดแต่ทำบ่อย ๆ
– ผิดพลาดให้เร็ว
– ทำงานเป็นทีมมากกว่าที่จะสนใจกระบวนการ
– Framework และ SCRUM

รายละเอียด อธิบายถึงองค์ประกอบของการทำ Agile และแนวคิดที่ประยุกต์มาจากบริษัทที่ทำ Software computer เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องในการปรับตามความต้องการของลูกค้า สู่การทำ Agile ในสายการผลิต
3. ตำแหน่งสำคัญใน Agile
– Product Owner
– Scrum Master
– Development Team
Case Study ของการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นจริงในการทำงาน
รายละเอียด อธิบายถึงบทบาทหน้าที่และวิธีการทำ Agile ที่สำคัญของตำแหน่งต่าง ๆ ที่สำคัญ ที่จะขับเคลื่อนแนวคิด Agile ให้เป็นรูปธรรม รวมถึงการใช้ Framework / KANBAN / User Story / AS a (role) เพื่อระบุบทบาทของผู้ใช้งาน / I want (goal) เพื่อระบุว่าผู้ใช้งานต้องการอะไร / So that (benefit) เพื่อระบุว่าผู้ใช้งานจะได้รับอะไร / Acceptance criteria เกณฑ์วัดผลว่าสามารถตอบสนองความต้องการได้แล้ว
4. เทคนิคการใช้บัตรความคิด

Workshop1: Scrum Workshop: ฝึกปฏิบัติ “Developing Work Innovation”
นำเสนอ “Work Innovation” และ/หรือ ประเด็นการนำเสนอที่ทางองค์กรต้องการูปแบบแบ่งกลุ่ม
นำเสนอกลุ่มละ 15-20 นาที
กลุ่มเป้าหมาย
พนักงานทุกระดับ หัวหน้างาน ผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง
รูปแบบการสัมมนา
1. การบรรยาย 40 %
2. เกมส์ / กิจกรรมกลุ่ม / ฝึกปฏิบัติ Workshop และการนำเสนอผลงานกลุ่ม 50%
3. กรณีศึกษา และดูภาพยนตร์ 10 %

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.ผู้เข้าอบรมสามารถเรียนรู้และเข้าใจหลักการ Agile อย่างถูกต้อง
2.ผู้เข้าอบรมสามารถนำหลักการของ Agile ไปประยุกต์ใช้กับงานของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.ผู้เข้าอบรมสามารถเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น
4.ผู้เข้าอบรมมีจิตสำนึกในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
5.ผู้เข้าอบรมมีสำนึกการรักองค์กรมากขึ้น

Online Training หลักสูตร เทคนิคทำตารางทักษะการทำงาน (Skill Matrix) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน วัน 19 ก.ค 2564 09.00-15.00น.

Online Training หลักสูตร เทคนิคทำตารางทักษะการทำงาน (Skill Matrix) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน วัน 19 ก.ค 2564 09.00-15.00น.

 

สามารถเรียนได้ทางคอมเเละมือถือ อยู่ที่ไหน ก้อสามารถเรียนได้ ผ่านระบบโปรเเกรม ZOOM

โปรโมชั่นOnline Training  ราคา ท่านละ 1500 บาท

หลักสูตรนี้มีคำตอบ ที่นี่ที่เดียว
สนใจสมัครเพื่อรับองค์ความรู้ได้ที่ คุณกุ้ง 0988209929 คุณกุ้ง

 

เหมาะสำหรับ หัวหน้างาน ผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการบริหารคน

หลักการและเหตุผล (Introduction)

          ความสำคัญของการทำตารางทักษะการทำงาน (Skill Matrix) เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้สำหรับการบริหารคนให้เหมาะสมกับขนาดขององค์กร เพราะในยุค 4.0 การทำงานของคนในองค์กรนั้นจะเน้นการทำงานที่คุณภาพมากขึ้น ฉะนั้นผู้นำหรือผู้บริหารจำเป็นจะต้องรู้ว่าบุคลกรที่มีอยู่นั้นจะต้องได้รับการประเมินทักษะ เพื่อสามารถทำงานทดแทนผู้อื่นได้ ในการทำตารางทักษะการทำงาน (Skill Matrix) ที่ดีนั้นจะต้องมีการกำหนดตัวชี้วัดไว้อย่างชัดเจน โดยเริ่มตั้งแต่ทบทวนหน้าที่หลักของหน่วยงาน (Function Matrix) งานหลักที่ต้องทำ (Key Responsibility) รายละเอียดงานที่ต้องทำ (Key Task) การวิเคราะห์ Job Competency การคัดเลือก Skill และตลอดการรวมถึง Skill เพื่อนำไปทำตารางทักษะการทำงาน (Skill Matrix)

 

วัตถุประสงค์ (Objective)

  1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจในการทำตารางทักษะการทำงาน (Skill Matrix)

  2. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมนำเทคนิคจากวิทยากรไปจัดทำตารางทักษะการทำงาน (Skill Matrix) และประยุกต์ใช้งานในองค์กรอย่างเหมาะสมและเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างคนสร้างงาน และสร้างความยั่งยืน

 

เนื้อหาการบรรยาย (Key Contents)

  1. Mindset กับ Skillset แตกต่างกันอย่างไร

  2. SKA ในการทำงานกับ Behavior

  3. Skills Matrix ของหน่วยงาน จาก Job Description ให้สอดคล้องกับระบบ ISO

  4. บทบาทหน้าที่ของผู้ที่ทำ Skills Matrix

  5. ตารางทักษะการทำงานของ skill Matrix

  6. ตาราง Skill Matrix มีประโยชน์อย่างไร

  7. เทคนิคการทำตารางทักษะของพนักงาน

  8. เทคนิคการกำหนดตัวชี้วัดทักษะของ Skill Matrix

  9. ขั้นตอนการทำ On the Job Training Matrix

  10. สรุปการเรียนรู้

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

http://www.tesstraining.com

Public Training หลักสูตร ทักษะการเป็นหัวหน้างานขั้นเทพ ที่ได้ใจคนและได้ผลงาน อบรม 6 ส.ค.64 อาจารย์สุกิจ ตรียุทธ์วัฒนา

Public Training หลักสูตร ทักษะการเป็นหัวหน้างานขั้นเทพ ที่ได้ใจคนและได้ผลงาน อบรม 6 ส.ค.64 อาจารย์สุกิจ ตรียุทธ์วัฒนา

สถานที่ โรงเเรมโนโวเทล สุขุมวิท 20 ติด BTS อโศก เเละ MRT สุขุมวิท

 

ที่มาของหลักสูตร

องค์กรทั้งในปัจจุบัน และในอนาคตย่อมที่จะต้องเสาะแสวงหาหัวหน้างานที่เพียบพร้อมไปด้วยสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ ความเป็นผู้นำ และมีบุคลิกภาพของความเป็นมืออาชีพเป็นที่น่าเชื่อถือและศรัทธาต่อคนในองค์กรหรือผู้ใต้บังคับบัญชาในองค์กร สามารถนำพาองค์กรธุรกิจนั้นให้เจริญเติบโตก้าวหน้าและประสบความสำเร็จได้  แต่องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้องค์กรธุรกิจประสบความสำเร็จได้ก็คือ การบริหารงาน นั่นเอง ซึ่งจะต้องหาเทคนิควิธีการ และรูปแบบอย่างไรที่จะทำให้การบริหารงานนั้นมีประสิทธิภาพ และสัมฤทธิ์ผลได้เพื่อให้ถึงเป้าหมายที่ได้วางแผนไว้อย่างถูกต้อง และเกิดผล เพราะว่าการที่สามารถบริหารจัดการงาน แม้กระทั่งการบริหารคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้สามารถลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมให้กับองค์กร จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีการเรียนรู้ ทั้งแนวคิด  และรับทราบถึงวิธีการของการบริหารงานอย่างไรให้สัมฤทธิ์ผล เพื่อเป็นการเสริมสร้างพัฒนาทักษะในความเป็นมืออาชีพด้านการบริหารงาน พร้อมที่จะบริหารจัดการกับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้

สิ่งที่ได้รับจากการฝึกอบรม

  1. รูปแบบของหัวหน้างานยุคใหม่ที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารงาน

  2. เสริมสร้างทักษะในการเป็นผู้นำที่ได้งานและได้ใจคน

  3. แนวทางในการปรับปรุงงานในภารกิจของผู้นำที่เป็นหัวหน้างาน+

  4. สร้างทัศนคติเชิงบวกแก่หัวหน้างาน

  5. รู้และเข้าใจในทักษะการเป็นหัวหน้างานอย่างมีประสิทธิภาพ

  6. สามารถประยุกต์ใช้ทักษะต่างๆที่จำเป็นในการทำงานร่วมกันเป็นทีมที่ดีเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กร

ระยะเวลาการฝึกอบรม   :       1 วัน  (09.00-16.00 น.)

หัวข้อและกิจกรรมการเรียนรู้

Module 1 : Qualification &  Rules of Managerial Skills           

– ประเภทและบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของหัวหน้างาน

– คุณสมบัติของผู้บริหารและหัวหน้างานยุคใหม่

– เทคนิคการบริหารคนให้ตรงงาน ตรงความสามารถ

– การวางแผนงานในเชิงกลยุทธ์เพื่อบรรลุถึงเป้าหมาย

***Workshop : Managerial Skills Problem

Module 2 : Learning  in Action for Development Managerial Skills  Part 1

Scheme : Communication , Problem Solving & Decision Making      

-ความสำคัญและการพัฒนาทักษะในการสื่อสาร

-เทคนิคในการแก้ปัญหา และกระบวนการตัดสินใจทั้งระบบ

Scheme : Directing and Delegation

– เทคนิคและขั้นตอนการสั่งงานแบบมีส่วนร่วม

– เทคนิคการมอบหมายงานที่ลูกน้องเต็มใจทำงานและได้ผลงานที่ดี

***Workshop : Directing Case Study

Module 3 : Learning  in Action for Development Managerial Skills  Part 2

Scheme : Motivation

– ระดับขั้นความแตกต่างของการจูงใจ

– สูตรสำเร็จการจูงใจที่เป็นกระบวนการ และสามารถใช้ได้ในทุกโอกาส

– เทคนิคการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานให้

***Workshop : Motivation Case Study

Scheme : Coaching Styles (OJT)

– เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องมีการสอนงาน

– เทคนิคและวิธีการสอนงานผู้ใต้บังคับบัญชา

– การเตรียมความพร้อมเพื่อการสอนงาน

***Workshop : Coaching in Action

Module 4 : Learning  in Action for Development Managerial Skills  (Final)

Scheme : Conflict & Team Management

– การบริหารความขัดแย้งให้เกิดประโยชน์ในการบริหารงาน

– การบริหาร และพัฒนาทีมงานในหน่วยงาน

***Workshop : Team Management in Action

ผู้เข้าฝึกอบรม  เหมาะสำหรับผู้บริหาร ที่ปรึกษา  หัวหน้างานทุกระดับในองค์กร บุคคลผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการนำไปพัฒนา

วิธีการและรูปแบบการฝึกอบรม

1.บรรยาย 60% : กิจกรรมการเรียนรู้ 40%

2.การอภิปรายร่วมและกิจกรรมกลุ่มแบบระดมความคิดตลอดการฝึกอบรม

3.กรณีศึกษาแบบยกตัวอย่างเป็น Model Case Study (Workshop)

4.สรุปและถาม-ตอบ เพื่อทดสอบความเข้าใจ

 

วิทยากร : อาจารย์ สุกิจ ตรียุทธวัฒนา

ราคาบุคคลทั่วไป ท่านละ3,900บาท

ลงทะเบียน 3 ท่าน ท่านละ 3,200 บาท

ลงทะเบียน 4 ท่าน ขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี

1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)

2) ใบประกาศผ่านการอบรม

3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันบุฟเฟ่ต์โรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

ติดต่อสอบถามจัดหลักสูตร IN HOUSE & PUBLIC TRAINING

ติดต่อEmail: Inwtraining.sale@gmail.com

Tel: 098-820-9929คุณกุ้ง

LINE ID : @TESSTRAINING

FACEBOOK : TESSTRAININGPAGE

http://www.tesstraining.com

WWW.ALLThaiTraining.com

รวมประกาศฝึกอบรม

หากสนใจหลักสูตรนี้เป็น In house training สอบถามใบเสนอราคาได้ที่Email.inwtraining.sale@gmail.com

Online Program Zoom เปิดรับสมัคร หลักสูตร 7Q สู่ความยั่งยืน สู่ความสำเร็จ (7Q for Success) อบรม 17 ก.ค.64

Online Program Zoom เปิดรับสมัคร หลักสูตร 7Q สู่ความยั่งยืน สู่ความสำเร็จ (7Q for Success) อบรม 17 ก.ค.64

อบรมแบบ ONLINE ผ่าน ZOOM

เวลาอบรม 09.00-12.00 ได้รับใบประกาศนียบัตรแบบออนไลน์

ราคาท่านละ 1500 บาท/วัน (ไม่รวม VAT)

หลักการและเหตุผล

การทำงานเพื่อสร้างผลลัพธ์หรือที่เรียกว่าความสำเร็จนั้น ต้องมีปัจจัยหลายอย่างที่จะสนับสนุนให้งานนั้นบรรลุเป้าหมายโดยการพัฒนาความสามารถ (Quotient)โดยการพัฒนาเพื่อเพิ่มระดับความสามารถด้วยตนเองแล้ว หลายคนคงมองหาเครื่องมือที่จะเป็นแนวทางในการคิดและพัฒนาเพื่อให้การทำงานหรือใช้ชีวิตการทำงานให้ประสบความสำเร็จเร็วขึ้นโดยใช้ 7Q Modelเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนให้ประสบความสำเร็จได้ และตั้งอยู่บนพื้นฐานในปรับใช้ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงานด้วย

หลักสูตร7Q สู่ความยั่งยืน สู่ความสำเร็จ (7Q for Success) เน้นการทำกิจกรรมเทคนิคและสไตล์การบรรยายแบบ ABL ( Activity Based Learning )

วัตถุประสงค์

    1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้และตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนเองผ่าน 7Q Model

2.เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้ในทางปฏิบัติเพื่อบริหารงานให้สอดคล้องกับนโยบายขององค์กร

กลุ่มเป้าหมาย

    • พนักงาน หัวหน้างาน หรือผู้ที่สนใจ

รายละเอียดเนื้อหาของหลักสูตร

    1. บุคลากรขององค์กร กับบทบาทภาระหน้าที่ในการทำงาน

    1. Workshop 1กิจกรรมสร้างทักษะการทำงานผ่านบทบาทหน้าที่

    1. เทรนเรื่องความแตกต่างของวัยทำงาน (generations’ differences)

    1. เรียนรู้ประเภทของคนผ่านD-I-S-C Model

    1. Workshop 2กิจกรรมการทดสอบประเภทคน D-I-S-C Model

    1. การประยุกต์ใช้7Qเพื่อสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน

    1. IQ (Intelligent Quotient) :การใช้ความรู้ความสามารถเพื่อรังสรรค์งาน

    1. EQ (Emotional Quotient) :เทคนิคการใช้สภาวะอารมณ์เพื่อควบคุมสถานการณ์

    1. AQ (Adversity Quotient ) :การเปลี่ยนอุปสรรคและการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

    1. MQ (Moral Quotient) :ความฉลาดทางด้านคุณธรรมและจริยธรรม

    1. SQ (Social Quotient) :เทคนิคการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมและ

    1. CQ (Creativity Quotient) :การคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ เพื่อสร้างนวัตกรรมทางความคิด

    1. CQ (Communication Quotient) :ความฉลาดทางด้านการสื่อสาร เพื่อสร้างความสัมพันธ์ สร้างความสำเร็จในงาน

    1. Workshop 3กิจกรรมการสร้าง Qสู่ความสำเร็จโดยฝึกเลือกใช้ 7Qในการรันกิจกรรม

    1. บันไดสู่ความสำเร็จโดยGKG Model (GET,KEEP,GROW)

    1. การนำ7QไปImplementสู่ความสำเร็จของการทำงาน

    1. Workshop 4ประสบการณ์ดีๆผ่านเรื่องเล่าความสำเร็จหรือผ่านกรณีศึกษา

    1. ถาม-ตอบ

วิธีการฝึกอบรม

การบรรยายและการฝึกปฏิบัติ หลักของการโค้ช การบรรยายแบบABL ( Activity Based Learning )และนำเสนอผลงาน

ระยะเวลา

9.00 – 16.00น.

วิทยากรมืออาชีพ อาจารย์พลกฤต โสลาพากุล

 

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

 

บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด (สำนักงานใหญ่)

เลขที่31/155หมู่ที่1ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี12110
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0105557143661

Public Training เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร การสื่อสารเเละเขียนอีเมล์ภาษาอังกฤษ 16 มกราคม 2566

Public Training เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร การสื่อสารเเละเขียนอีเมล์ภาษาอังกฤษ 16 มกราคม 2566

หลักการและเหตุผล (Introduction)

       ในโลกของการทำงาน การสื่อสารโดยใช้การเขียน Email ภาษาอังกฤษติดต่อธุรกิจกัน เป็นการสื่อสารที่ใช้การอย่างแพร่หลายและจำเป็นอย่างยิ่ง ในการดำเนินธุรกิจ ทุกระดับและทุกขนาดองค์กร ทักษะการเขียน Email มีความสำคัญอย่างมากที่ผู้สื่อสารจะต้องทราบหลักการ รูปแบบวิธีการเขียน EMail ภาษาอังกฤษธุรกิจอย่างมืออาชีพ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อสามารถสื่อสารตามที่ตั้งเป้าหมาย ส่งผลลัพธ์ที่ดีในการติดต่อ เจรจา ประสานงานทางธุรกิจ ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร

 

วัตถุประสงค์  (Objective)

1.เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้เทคนิคการเขียน Email ภาษาอังกฤษธุรกิจอย่างถูกต้อง ตามหลักสากล

2.เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเพิ่มทักษะในการเขียน Email ภาษาอังกฤษธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมืออาชีพ

 

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม (Target Participants)

พนักงานทุกระดับต้น อาวุโส และหัวหน้างาน

 

เนื้อหาการบรรยาย (Key Contents)

1.ความจำเป็นการใช้ Email ในการสื่อสารธุรกิจสำหรับโลกปัจจุบัน

  1. หลักการสำคัญในการเขียน Email อย่างมืออาชีพ การเขียน Email อย่างถูกต้องตามหลักสากล

  2. ทบทวนหลักไวยากรณ์ โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษที่สำคัญ

   Tense ต่างๆที่ใช้บ่อยในการเขียน Email โครงสร้างประโยค Simple Sentense,Compound Sentense

   and Complex Sentense

4.เทคนิคการเขียนภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพ

  • การตั้ง Headline ที่ตรงประเด็น

  • การเริ่มต้น (Greetings)

  • เนื้อเรื่อง (Reason for Writing)

  • บทสรุป (Closing Phrases)

5.ภาษาที่เหมาะสม และมารยาทและข้อควรระวังในการเขียน Email

6.ประเภท Email ธุรกิจต่างๆ

    6.1 Email ติดต่อเรื่องสินค้า

  • Enquiries

  • Orders

  • Quotations

  • Complaint

  • Apologize

     6.2 Email ติดต่อการให้บริการ

  • Appreciation for good service

  • Complaint for the service

  • Reply for the complaint

  • Re question for payment

7.Workshop : การเขียน Email อังกฤษธุรกิจ

8.สรุปการเรียนรู้

วิทยากรมืออาชีพ จากสถาบันTesstraining

 

ระยะเวลาการฝึกอบรม (Time)

9.00 – 16.00 น.

 

รูปแบบการการอบรม (Methodology)

บรรยายพร้อมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม Workshop ต่างๆ เช่น Brain storming, Game  และpractical Practice การฝึกปฏิบัติจากหัวข้อที่ตั้งไว้ เพื่อสร้างการเรียนรู้และความเข้าใจผ่านการทดลองทำจริงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ถูกต้อง โดยใช้แนวทางการโค้ชและการเรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้เรียน เพื่อฝึกการคิด การระดมสมอง การลองปฏิบัติ อันจะนำไปสู่การเข้าใจองค์ความรู้แบบเข้าใจด้วยตนเองและนำไปประยุกต์ได้ สัดส่วนการบรรยายและฝึกปฏิบัติ 60 : 40

เวลาอบรม 09.00-16.00 ได้รับใบประกาศนียบัตร

ราคา โปรโมรชั่น  3,900 บาท/วัน

สมัคร 3 ท่านพร้อมกัน ท่านละ 3,200 บาท

จ่าย 4 ท่านขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันโรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

หลักสูตรนี้มีคำตอบ ที่นี่
สนใจสมัครเพื่อรับองค์ความรู้ได้ที่ คุณกุ้ง 0988209929 คุณกุ้ง

 

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

http://www.tesstraining.com

Online Zoom Fundamental of Import-Export หลักเกณฑ์สำคัญในการนำเข้า-ส่งออก 22 มิ.ย.64

Online Zoom Fundamental of Import-Export หลักเกณฑ์สำคัญในการนำเข้า-ส่งออก 22 มิ.ย.64

 

 หลักเกณฑ์สำคัญในการนำเข้า-ส่งออก

รุ่นที่ 2 – วันที่ 22 มิถุนายน 64

เวลา 09.00-12.00 น. (ออนไลน์ผ่าน Zoom)

 

          หลักสูตรนี้เหมาะกับท่านที่ต้องควบคุมงานนำเข้า-ส่งออกเพื่อลดต้นทุน ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ถึงแม้ท่านจะให้ Third Party เป็นผู้ดูแลงานแทน แต่ตัวท่านเองก็จำเป็นต้องมีความรู้อย่างถูกต้องเพื่อกำกับงานได้อย่างไม่ผิดพลาดเช่นกัน

   ผู้ควรเข้าร่วมสัมมนาได้แก่ ผู้ที่ทำงานด้านเอกสารนำเข้า-ส่งออก                         ผู้ควบคุมการโหลดเข้าตู้สินค้า  พนักงานบัญชี พนักงานคลังสินค้าและจัดส่ง และผู้สนใจธุรกิจด้านนำเข้า-ส่งออก

  เริ่มสัมมนาตั้งแต่เวลา 09:00 – 12:00 น. ผ่าน Zoom  โดยมีเนื้อหาสาระประกอบไปด้วย

  1. วิธีคำนวณ Terms of Shipment

  2. ข้อมูลจำเพาะของตู้สินค้า (Specific of each type of Container)

  3. ฉลากของสินค้าสำหรับการขนส่ง (Packing Symbol for Delivery)

  4. สาระต้องรู้ของพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 อาทิเช่น

  • เอกสารสำคัญที่ต้องเก็บรักษาไว้เพื่อการตรวจสอบ

  • การผ่านแดนและถ่ายลำ ตามมาตรา 102

  • การประเมินอากรโดยศุลกากร

  • การกำหนดเวลาให้ของนำเข้ากลายเป็น “ของตกค้าง”

  • การตรวจสอบหลังการตรวจปล่อย (Post Audit)

  • ความผิดและโทษตามมาตรา 27

  • ทำอย่างไรเมื่อสำแดงเท็จโดยไม่เจตนา

  1. ความเปลี่ยนแปลงที่ควรทราบพอเป็นสังเขป

ถาม-ตอบ

วิทยากร อ.จันทรา สิงหพันธุ

อัตราค่าอบรมสัมมนา ท่านละ 1,500 + Vat 105 = 1,605 บาท

เงื่อนไขการอบรม…  ห้ามบันทึกภาพ วีดีโอ แชร์ หรือนำไปเผยแพร่

ราคาท่านละ 1,500 บาท (ไม่รวม VAT) 13.00-16.30

ราคาสุดพิเศษอย่างยิ่ง

ราคาดังกล่าว ฟรี

1) ใบประกาศผ่านการอบรมส่ง EMS หลังอบรม

2) ไฟล์ PDF การสอน

บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด (สำนักงานใหญ่)

เลขที่ 31/155 หมู่ที่ 1 ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12110

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0105557143661

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

 

บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด (สำนักงานใหญ่)

เลขที่31/155หมู่ที่1ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี12110
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0105557143661

Website: www.tesstraining.com

Website: www.INWtraining.com

เรียนออนไลน์ เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร เทคนิคการสื่อสารที่สร้างความเชื่อใจและเป็นที่ยอมรับ 17 ม.ค.66 09.00-12.00

เรียนออนไลน์ เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร เทคนิคการสื่อสารที่สร้างความเชื่อใจและเป็นที่ยอมรับ 17  ม.ค.66 09.00-12.00

อาจารย์สุกิจ ตรียุทธวัฒนา

 

สามารถเรียนได้ทางคอมเเละมือถือ อยู่ที่ไหน ก้อสามารถเรียนได้ ผ่านระบบโปรเเกรม ZOOM

ราคา  1,500  บาท บรรยาย 09.00-12.00

  • สมัครเข้าอบรม 4 ท่าน ชำระเพียง 3 ท่าน

 

ที่มาของหลักสูตร

การสื่อสารในปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคของโลกาภิวัตน์ และอนาคตข้างหน้าที่กำลังจะเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงในด้านการสื่อสาร เป็นรูปแบบที่ไม่มีขอบเขตจำกัด ไม่มีอาณาเขต หรือพรมแดนที่ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันไม่ได้ สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายกันได้ทั่วโลกไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือการสื่อสารดังกล่าวจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับ “คน หรือมนุษย์นั่นเอง อย่างเช่นคนบางคนที่อยู่ในองค์กรหรืออยู่ในสังคม มีความรู้ ความสามารถมากแต่ก็ไม่สามารถสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุแห่งความไม่เข้าใจกัน  ความขัดแย้ง โดยเฉพาะผู้สื่อสารกับผู้อื่นได้ใช้อารมณ์ อคติ หรือขาดสติ ในการสื่อสาร นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อการทำงานร่วมกัน ตลอดจนมีผลกระทบต่อขวัญกำลังใจ และแรงจูงใจของลูกน้อง อันจะนำมาสู่ผลงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตราการลาออกสูงขึ้น ดังนั้นหลักสูตรดังกล่าวข้างต้นจึงมีความสำคัญมาก ที่จะช่วยให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการสื่อสาร สามารถนำไปปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

สิ่งที่ได้รับจากการฝึกอบรม

  1. สามารถคิดวิเคราะห์การสื่อสารระหว่างบุคคลได้อย่างเป็นระบบและอย่างมีประสิทธิภาพ

  2. จิตวิทยาการสื่อสารในการสร้างบรรยากาศ ลดแรงกดดัน และสื่อสารในแนวทางเดียวกัน

  3. เทคนิคการสื่อสาร แนวทางการสื่อสาร และแนวทางการปรับปรุงการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ระยะเวลาการฝึกอบรม

Topics

  • ที่มาของการสื่อสารและทำไมต้องสร้างจิตวิทยาในการสื่อสาร ?

**Workshop :  Communication Problem

  • ปัญหาของการสื่อสารที่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน

  • จะสื่อสารอย่างไรให้ทรงพลังอย่างมีประสิทธิภาพ

  • กระบวนและประสิทธิภาพของการสื่อสารทั้งระบบ

**Workshop : คำพูดของเราเป็นแบบไหน ?                          

  • ทำอย่างไรให้ผู้ฟังเชื่อใจและยอมรับการสื่อสาร

  • จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้ฟังถนัดรับสารแบบใด และอย่างไร

  • วิเคราะห์การสื่อสารระหว่างบุคคล TA : Transactional Analysis

**Workshop : TA Case Study

  • เทคนิคการสร้างบรรยากาศ เพื่อคลายความกดดันในการสื่อสาร

  • จิตวิทยาการสื่อสารในการสร้าง Common Interest ร่วมกัน

  • เจาะลึกระดับความสำคัญของรูปแบบการติดต่อสื่อสาร

  • กิจกรรมการสื่อสารเพื่อสื่อให้เห็นถึงการใช้ความคิดของตนเองและร่วมกับผู้อื่น

  • แนวทางการสื่อสารกับคนในองค์กร และแนวทางการแก้ไขปรับปรุง

**Workshop :  Communication Solution

ผู้เข้าฝึกอบรม  เหมาะสำหรับผู้บริหาร ที่ปรึกษา  หัวหน้างาน และพนักงานทุกระดับในองค์กร

วิธีการและรูปแบบการฝึกอบรม

 

1.บรรยาย 60% : กิจกรรมการเรียนรู้ 40%

2.การอภิปรายร่วมและกิจกรรมกลุ่มแบบระดมความคิดตลอดการฝึกอบรม

3.กรณีศึกษาแบบยกตัวอย่างเป็น Model Case Study (Workshop)

4.สรุปและถาม-ตอบ เพื่อทดสอบความเข้าใจ

ติดต่อสอบถามจัดหลักสูตร IN HOUSE & PUBLIC TRAINING

TEL : 0988209929 คุณกุ้ง

E-MAIL: CONTACT.TESSTR@GMAIL.COM

LINE ID : inwtraining

FACEBOOK : TESSTRAININGPAGE  http://inwtraining.com

Website: www.tesstraining.com

Website: www.INWtraining.com