PUBLIC TRAINING หลักสูตร : การลดความสูญเสียทั้ง 7 ประการ เพื่อลดต้นทุนการผลิต 7 Waste for cost reduction อ.อนันต์ ยืนยันจัด เปิด 4 ตุลาคม 2567

PUBLIC TRAINING หลักสูตร : การลดความสูญเสียทั้ง 7 ประการ เพื่อลดต้นทุนการผลิต

7 Waste for cost reduction  อ.อนันต์ ยืนยันจัด เปิด 4 ตุลาคม 2567  

ณ.โรงเเรม โนโวเทล สุขุมวิท 20 ติด BTS อโศก

 

หลักสูตรการลดความสูญเสีย ทั้ง 7 ประการนี้  จึงเป็นสิ่งสำคัญหนึ่งในระบบการผลิตและงานบริการ เป็นการกำจัดความสูญเสียและปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องในกระบวนการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกิจกรรมหรืองานที่ดำเนินการให้ดีขึ้น

การลดต้นทุนเป็นเรื่องที่หลายองค์กรให้ความสนใจ เพราะมีผลต่อทั้งประสิทธิภาพในการผลิต ลดความสูญเสีย รวมถึงการทำกำไร นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงเรื่องคุณภาพของผลผลิต การปฏิบัติงานอีกด้วย

หากขาดซึ่งการพยายามปรับปรุงแก้ไขวิธีการทำงาน ให้ดีขึ้น ความสูญเสียจะเพิ่มขึ้นตามมา อาจทำให้องค์กรต้องสูญเสียลูกค้าและกำไร การลดความสูญเสียถือเป็นหน้าที่ของพนักงานและผู้บริหารทุกคน ดังนั้น ทุกคนต้องมีความรู้ จิตสำนึก การสังเกต หาสาเหตุ และแนวทางแก้ไขป้องกัน เพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

 

สภาวะปัจจุบันที่มีการแข่งขันทางด้านธุรกิจกันอย่างรุ่นแรง ทั้งจากภายในและต่างประเทศ ทำให้สถานประกอบการต่าง ๆ ที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตต้องการปรับตัวเป็นอย่างมาก การสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขันโดยการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า โดยการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง(High Quality) ต้นทุนการผลิตที่ต่ำอย่างเหมาะสม (Low Cost) และส่งมอบสินค้าได้ตรงกำหนดเวลา (On Time Delivery) จึงมีความจำเป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้ การเพิ่มศักยภาพบริหารการผลิตจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยสร้างความได้เปรียบขององค์กร โดยนำแนวคิดการบริหารจัดการระบบ LEAN มาใช้เพื่อควบคุมการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการลดความสูญเปล่าในกระบวนการผลิต 7 + 1 ประการสำคัญที่มีอยู่ในองค์กร ได้แก่ ความสูญเสียจากการผลิตมากเกินไป (Over Production Waste) ความสูญเสียจากการขนส่ง (Transportation Waste) ความสูญเสียจากการรอคอย (Waiting Waste) ความสูญเสียจากสินค้าคงคลัง (Inventory Waste) ความสูญเสียจากผลิตภัณฑ์บกพร่อง (Defects Waste) ความสูญเสียจากการเคลื่อนไหว (Motion Waste) และ ความสูญเสียจากกระบวนการมากเกินไป (Over processing Waste) และความสูญเสียจากการขาดความคิดสร้างสรรค์และใช้คนที่ไม่เหมาะสมกับงาน (Non-Utilized Talent)

LEAN คือ ปรัชญาในการผลิต ที่ถือว่าความสูญเปล่าเป็นตัวทำให้เวลาที่ใช้ในการผลิตยาวนานขึ้น และควรที่จะมีการนำเทคนิคต่าง ๆมาใช้ในการกำจัดความสูญเปล่าเหล่านั้นออกไป การผลิตแบบ Lean คือ การใช้หลักการชุดหนึ่งในการระบุและกำจัดความสูญเปล่า เพื่อส่งมอบสินค้าที่ลูกค้าต้องการทันเวลาที่ต้องการ Lean คือ แนวทางที่จะพัฒนา จังหวะ (RHYTM), การไหล (FLOW) และ สมดุล (BALANCE) ในกระบวนการผลิตใด ๆ และสามารถนำระบบ LEAN มาใช้เพื่อลดความสูญเปล่าโดยมีจุดประสงค์ในการลดต้นทุนการผลิตและสามารถปฏิบัติได้จริง เพื่อพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานให้ดี มีประสิทธิภาพ มีต้นทุนที่ต่ำอย่างเหมาะสม สร้างศักยภาพในการแข่งขัน และทำให้องค์กรมีผลกำไรในการดำเนินธุรกิจได้เพิ่มขึ้น

วัตถุประสงค์

  • เพื่อให้เข้าใจถึงเหตุผล และความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการผลิต
  • เพื่อทราบถึงความสูญเปล่าที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตและแนวทางในการลดความสูญเปล่าเหล่านั้น
  • เพื่อลดระยะเวลาการผลิตได้ตามที่ลูกค้าต้องการอย่างต่อเนื่อง
  • เพื่อได้รู้ถึงเทคนิคการลดต้นทุนการผลิตในธุรกิจอุตสาหกรรมได้อย่างเหมาะสม
  • เพื่อการวิเคราะห์เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่เป็นเลิศ (The Best Practice)
  • เพื่อการปรับปรุงพัฒนากระบวนการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง

รายละเอียดของหลักสูตร (Key Contents)

  • หลักการ LEAN (LEAN Principles)
  • การวิเคราะห์ผลิตภาพด้วยแผนภูมิสายธารแห่งคุณค่า (Value Stream Mapping)
  • การจัดสมดุลสายงาน (Line Balancing)
  • การผลิตอย่างต่อเนื่อง (Continuous Flow)
  • การลดความสูญเปล่า 7 + 1 ประการ (8 Wastes)
  • การทำงานอย่างเป็นมาตรฐาน (Standardized Works)
  • การปรับเปลี่ยนรุ่นการผลิต (Single Minute Exchange of Dies : SMED)
  • การควบคุมคุณภาพด้วยหลักการ QC 7 Tools
  • ระบบการผลิตแบบทันเวลาพอดี (Just-in-Time)
  • กิจกรรม 5ส.
  • Kaizen (การปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง)
  • A3 form
  • Work Instruction
  • แนวความคิดหลักเกี่ยวกับความสูญเปล่าเปล่าและต้นทุน 7+1 Waste
  • การประยุกต์ใช้เครื่องมือ ไคเซ็น , Visual control และ Poka Yoke เพื่อลดความสูญเสีย
  • เทคนิคของการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่องด้วยหลัก PDCA เพื่อลดความสูญเปล่าในการทำงาน
  • ตัวอย่างต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จในการลด Waste ขององค์กรอื่นๆ
  • Work Shop1 “ระดมสมองเพื่อวิเคราะห์ความสูญเสียในการทำงาน”
  • Work Shop2 “ใจเขาใจเรากับคุณภาพที่ลูกค้าต้องการ”
  • Work Shop3 “มาสร้างเป้าหมายการทำงานร่วมกันด้วยการทำงานเป็นทีม”
  • แลกเปลี่ยนเรียนรู้ถามตอบ

วิธีการสัมมนา   การบรรยาย การให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำ และถาม-ตอบ

กลุ่มเป้าหมาย    กลุ่มหลัก  ผู้จัดการโรงงาน/ ผู้บริหารระดับกลาง หรือเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร ฝ่ายผลิต ฝ่ายวางแผนการผลิต ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ ฝ่ายซ่อมบำรุง ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายคลังสินค้า วิศวกร

ระยะเวลา        1 วัน จำนวนวันละ 6 ชั่วโมง  เวลา 9.00 – 16.00 น.

วิทยากร  อนันต์ ดีโรจนวงศ์ ตำแหน่ง – ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมด้าน Lean Production & Logistics กรม

                                                ส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

                                    – ที่ปรึกษาเครือข่าย สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น 

                                    – ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมและ Logistics & Supply Chain  

                                      Management สมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุน

                                    – อาจารย์พิเศษ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการโลจิสติกส์

รูปเเบบ Public Training

ราคา โปรโมรชั่น  3,900 บาท/วัน

ลงทะเบียน 3 ท่าน ท่านละ 3,200 บาท

ลงทะเบียน 4 ท่านขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันโรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

 

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

www.tesstraining.com

www.inwtraining.com

Public Training เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร กระบวนการนำเข้า-ส่งออก ภาษีศุลกากร และข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ อบรม 17-18 มีนาคม 2569

Public Training เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร กระบวนการนำเข้า-ส่งออก ภาษีศุลกากร และข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ อบรมอบรม 17-18 มีนาคม 2569

 

เวลาอบรม 09.00-16.00 ได้รับใบประกาศนียบัตร

 

อบรมแบบ On-Site

ราคา โปรโมรชั่น อบรม 2 วัน  ราคา 7,000 บาท/2 วัน

ราคาดังกล่าว ฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันโรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

 

หลักสูตรนี้มีคำตอบ ที่นี่
สนใจสมัครเพื่อรับองค์ความรู้ได้ที่ คุณกุ้ง 0988209929 คุณกุ้ง

 

หลักการและเหตุผล 

        

การนำเข้าสินค้าในปัจจุบันมีการขยายตัวเติบโตมากขึ้นตามความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และการตกลงทางการค้าว่าด้วยเขตการค้าเสรี (FTA) โดยมีหลักการที่พยายามลดอุปสรรคทางการค้าลง โดยเฉพาะการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีระหว่างคู่สัญญา เนื่องจากขั้นตอนการนำเข้าสินค้ามีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และมีปัญหาทางด้านต้นทุน

            ผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้าจะต้องทำความเข้าใจและศึกษาข้อปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อให้การประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้าเป็นไปอย่างสะดวกและได้รับผลสำเร็จคุ้มค่ากับความตั้งใจการลงทุน

 

วันที่ 1 (บรรยายโดย อาจารย์ มนตรี ยุวชาติ )

1 .ความรู้ทางด้านการค้าระหว่างประเทศ (Import -Export Operations)

ความหมายของการประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ

 

ขั้นตอนในการติดตามการทำการค้า และการส่งสินค้าระหว่างประเทศ

 

วงจรการชำระเงิน และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในการชำระเงินระหว่างประเทศ

 

เทคนิคในการพิจารณาผู้ซื้อ และผู้ขาย เพื่อไม่ให้เกิดความเสียเปรียบในการทำธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ

 

  1. การเลือกใช้ข้อตกลงในการส่งสินค้าระหว่างประเทศ International Commercial Terms (Incoterms® 2020) ตามเกณฑ์ของ

 

สภาหอการค้านานาชาติ (International Chamber of Commerce)

 

Any Mode : EXW, FCA, CPT, CIP, DAP, DPU, DDP

 

Water Mode: FAS, FOB, CFR, CIF.

 

พักเบรก 15 นาที

 

  1. รู้จักความหมายของผู้จัดทำเอกสารการค้าระหว่างประเทศ และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทำเอกสารผิดพลาด

 

3.1  เอกสารทางการเงิน (Financial Document)

 

Draft or Bills of Exchange

 

Promissory Note (P/N)

 

3.2  เอกสารทางการขนส่ง (Transport Document)

 

Bills for Lading

 

Multimodal Transport Documents

 

Air Waybills

 

Railway Receipt

 

Truck Receipt

 

Courier Receipt

 

3.3  เอกสารการประกันภัย (Insurance Documents)

 

กรมธรรม์ประกันภัย (Insurance Policy)

 

ใบรับรองการประกันภัย (Insurance Certificate)

 

3.3  เอกสารทางการค้า (Commercial Document

 

พักรับประทานอาหารกลางวัน 1 ชั่วโมง

 

ใบกำกับสินค้า (Commercial Invoice)

 

ใบบรรจุหีบห่อสินค้า (Packing List)

 

ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin)

 

ใบวิเคราะห์สินค้า (Certificate of Analysis)

 

ฯลฯ

 

4.กฎเกณฑ์ที่ควรเข้าใจก่อนการทำธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ

 

พักเบรก 15 นาที

 

5.ข้อห้ามในการทำการค้าระหว่างประเทศกับประเทศที่มีความเสี่ยง (High Risks Countries) หรือประเทศต้องห้าม

 

  1. สิ่งที่ควรทราบถึงกฎเกณฑ์ภาครัฐในการนำเข้า ส่งออกสินค้านอกเหนือจากกฎเกณฑ์ของกรมศุลกากร

 

  1. กรณีศึกษาการพิจารณาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในการทำธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศที่ผิดวิธี

 

สรุปตอบคำถาม

 

วันที่ 2 (บรรยายโดย อาจารย์ วิรัตน์ บาหยัน)

การเตรียมความพร้อมในการดำเนินธุรกิจส่งออกและนำเข้าในระบบโลจิสติกส์ ภายใต้พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการนำเข้าตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

 

ความรับผิดในการเสียค่าอากร การคำนวณค่าภาษีอากร

 

อายุความในการประเมินอากรหลังการตรวจปล่อย (Post Clearance Audit)

 

สินค้าที่มีมาตรการนำเข้าและส่งออกตามพระราชบัญญัติ ฯ พ.ศ.2558

 

พักเบรก 15 นาที

 

สินค้าต้องห้าม-ต้องกำกัด

 

สินค้าที่ห้ามนำผ่านและผ่านได้

 

สินค้าที่ต้องมีมาตรฐาน

 

e-Import : การผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการนำเข้า

 

หลักเกณฑ์ด้านพิกัดอัตราศุลกากร (HS Code) พิกัดอัตราศุลกากรฮาร์โมไนซ์อาเซียน (AHTN)

 

หลักเกณฑ์ด้านราคาศุลกากร Gatt Valuation ในการประเมินภาษีอากรในการนำเข้า

 

หลักเกณฑ์การใช้สิทธิพิเศษทางภาษีอากรว่าด้วยการเปิดเสรีทางการค้า

 

พักรับประทานอาหารกลางวัน 1 ชั่วโมง

 

การยกเว้นหรือลดอัตราอากรสำหรับเขตการค้าเสรี (FTA)

 

การตรวจสอบสิทธิก่อนและหลังการนำสินค้าเข้า

 

การรับรองแหล่งกำเนิดด้วยตนเอง (Self Certification)

 

e-Export: พิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับสินค้าส่งออก

 

การยกเว้นอากรสำหรับของส่งออกแล้วจะนำกับเข้ามาในภายหลัง (สุทธินำกลับ)

 

การขอคืนอากรสำหรับสินค้าที่นำเข้ามาแล้วส่งกลับออกไป (Re-Export)

 

การคืนอากรสำหรับของที่นำเข้ามาผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการด้วยวิธีอื่นใด(มาตรา 29)

 

พักเบรก 15 นาที

 

การใช้สิทธิประโยชน์ของคลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Warehouse) เขตปลอดอากร (Free Zone) เขตประกอบการเสรี (I-EAT Free Zone)

 

การขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากรสำหรับสินค้าส่งออก (Tax Coupon)

 

ปัญหา ข้อควรระวัง และแนวทางในการแก้ไขข้อผิดพลาดการนำเข้า-ส่งออก

 

การรับรองป้องกันภัยจากการก่อการร้ายจากมาตรฐานเออีโอ (AEO) and (C-TPAT)

 

สรุปตอบคำถาม

 

วิทยากรผู้บรรยาย

 อาจารย์วิรัตน์ บาหยัน อาจารย์มนตรี ยุวชาติ

อดีตเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ธนาคารกรุงเทพ ผู้มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน และการให้คำปรึกษาปัญหา และแนวทางแก้ไขในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ  มีความชำนาญในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศมามากกว่า 40 ปี อีกทั้งยังเป็นวิทยากรผู้บรรยายในหัวข้อการค้าระหว่างประเทศในภาครัฐ และเอกชนมามากกว่า 30 ปี

 

สถานที่จัดอบรม :  โรงเเรม โนโวเทล สุขุมวิท20 ติด BTS อโศก

 

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

หลักสูตรสามารถเลือกจัดรูปเเบบ IN HOUSE  ในองค์กรเเจ้งได้ค่ะ

www.tesstraining.com

www.inwtraining.com

เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร การวางแผนความต้องการวัตถุดิบเพื่อการผลิต (Material Requirements Planning) 18/10/2567

เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร การวางแผนความต้องการวัตถุดิบเพื่อการผลิต (Material Requirements Planning)

 

หลักสูตรนี้มีคำตอบ ที่นี่
สนใจสมัครเพื่อรับองค์ความรู้ได้ที่ คุณกุ้ง 0988209929 คุณกุ้ง

 

หลักการและเหตุผล

 

    MRP (Material Requirements Planning)คือ แผนหรือตารางความต้องการวัตถุดิบ(Items) ในแต่ละวันของการผลิต และตามสูตรการผลิต(Bill of Material: BOM)ของสินค้าหนึ่ง ๆ ดังนั้นMRPจึงขึ้นอยู่กับความต้องการวัตถุดิบจากสูตรการผลิตและตามปริมาณที่ลูกค้าต้องการ (dependent demand)เช่น แผนความต้องการขวดเปล่าเพื่อบรรจุน้ำอัดลม หรือ ฝาขวด, ฉลากปิดขวด,น้ำตาล และแก๊ส รวมถึงแผนความต้องการน้ำดิบบริสุทธิ์เพื่อนำไปกรองและผสมตามสูตรการผลิต โดยสามารถบรรจุขวดและวางลงในกล่องหีบห่อได้อย่างเพียงพอ โดยตารางความต้องการวัตถุดิบหรือ MRPมีหัวข้อที่สำคัญคือ

1. Gross Requirementsคือ จำนวนสินค้าสำเร็จรูปที่ต้องการทั้งหมดในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละวัน

2. Scheduled Receipts คือ ตารางการรับวัสดุที่ต้องการทั้งหมดในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละวัน

3. Projected Stock Balanceคือ จำนวนวัตถุดิบที่คาดหวังว่าต้องมีให้พร้อมเพื่อรองรับการผลิตในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละวัน

4.Net Requirements คือ จำนวนวัตถุดิบที่ต้องการสุทธิทั้งหมดในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละวัน

5.Planned Order Receipts คือ แผนการรับวัตถุดิบในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละวัน

6.Planned Order Releases คือ แผนการสั่งวัตถุดิบในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละวัน

           หัวข้อต่าง ๆเหล่านี้ล้วนนำมาใช้ในการสร้างตารางMRP ให้เกิดความสมบูรณ์ โดยมีข้อมูลประกอบเพิ่มเติมคือLead time ของการจัดส่งสินค้าของแต่ละSupplierและ ปริมาณสินค้าคงคลังที่นับได้ล่าสุดอีกด้วย

วัตถุประสงค์

1.เพื่อสามารถผลิตสินค้าและส่งมอบได้ทันตามที่ลูกค้ากำหนด

2.เพื่อลดเวลาการรอคอยวัตถุดิบจากSupplierที่มีLead timeการส่งมอบที่ยาวนานได้

3.ลดเวลาการDowntimeของเครื่องจักรที่เกิดจากการป้อนวัตถุดิบไม่ทันหรือไม่เพียงพอ

4.ลดปริมาณและต้นทุนสินค้าคงคลังทั้งวัตถุดิบ สินค้ากึ่งสำเร็จรูป และสินค้าสำเร็จรูปลงได้

5.ลดต้นทุนการผลิตสินค้าจากการผลิตแบบJust in time (JIT)

6.ลดต้นทุนการจัดซื้อ จัดหา

7.ลดความแปรปรวนของการผลิตและแผนการผลิตประจำวัน

8.ลดปริมาณสินค้าSafety Stock

9.ลดพื้นที่การจัดเก็บสินค้าในคลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

10.          สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างยั่งยืน

หัวข้อเนื้อหา   

1.ระบบMRP (Material Requirements Planning)คืออะไร วัตถุประสงค์และประโยชน์

2.ระบบMRP (Material Requirements Planning)และS&OP (Sales and Operation Planning)

3.การพยากรณ์ความต้องการสินค้าของลูกค้า(Customer Demand Forecasting)กับการพยากรณ์การขาย(Sales Forecasting)

4.การวิเคราะห์และคาดการณ์ยอดขายสินค้า(Sales Predictive Analytics)

5.ขั้นตอนของกระบวนการทำระบบMRP

6.ความแตกต่างระหว่างMPS (Master Production Schedule)กับMRP (Material Requirements Planning)

7.การคำนวณตารางMRP (Master Production Schedule)

8.การตั้งสูตรการผลิตสินค้า(Bill of Material: BOM)

9.การคำนวณตารางMRP (Material Requirements Planning)

10.          MRP กับการจัดการคลังสินค้าและควบคุมสินค้าคงคลัง

11.          ต้นทุนสินค้าคงคลัง (Cost of Inventory)

12.          ระบบEOQ (Economic Order Quantity)

13.          การหาจุดการสั่งซื้อซ้ำ(Re-order Point: ROP)

14.          การกำหนดปริมาณสินค้าในคลังสินค้าเพื่อความปลอดภัย(Safety Stock)

15.          กลยุทธ์การวางแผนการผลิตและการจัดซื้อแบบJust in Time (JIT for Planning & Purchasing)

ระยะเวลาอบรม      1 วัน เวลาอบรมจำนวน 6 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น. 

รูปแบบการฝึกอบรมการบรรยาย,อภิปรายเชิงปฏิบัติการให้คำปรึกษา

กลุ่มเป้าหมายกลุ่มหลัก ผู้จัดการโรงงาน/ ผู้บริหารระดับกลาง หรือเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร ฝายวางแผนการผลิต ฝ่ายผลิต ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายคลังสินค้า วิศวกร

 

ระยะเวลาอบรม           1 วัน เวลาอบรมจำนวน  6 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น.  

 

วิทยากร          อาจารย์อนันต์  ดีโรจนวงศ์

 

รูปแบบการฝึกอบรม      การบรรยาย, อภิปรายเชิงปฏิบัติการ, ให้คำปรึกษา

 

กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มหลัก ผู้จัดการโรงงาน/ ผู้บริหารระดับกลาง หรือเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร ฝายวางแผนการผลิต ฝ่ายผลิต ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายคลังสินค้า วิศวกร

 

วิทยากร  อนันต์ ดีโรจนวงศ์ ตำแหน่ง – ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมด้าน Lean Production & Logistics กรม

                                                ส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

                                    – ที่ปรึกษาเครือข่าย สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น 

                                    – ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมและ Logistics & Supply Chain  

                                      Management สมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุน

                                    – อาจารย์พิเศษ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการโลจิสติกส์

                                      มหาวิทยาลัยรามคำแหง, สถาบันเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น, ม.ศรี     

                                      ปทุม, ม.ธุรกิจบัณฑิต       

                                    – ที่ปรึกษาสถานประกอบการดีเด่นสาขาการจัดการโลจิสติกส์    

                                      โครงการ OPOAI กระทรวงอุตสาหกรรม ปี พ.ศ. 2557

 

ราคาท่านละ 3,900 บาท/วัน (ไม่รวม VAT)

ราคาสุดพิเศษอย่างยิ่ง

ลงทะเบียน 4 ท่าน ขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี

1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)

2) ใบประกาศผ่านการอบรม

3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันบุฟเฟ่ต์โรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

 

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

www.tesstraining.com

www.inwtraining.com

เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร การวางแผนความต้องการวัตถุดิบเพื่อการผลิต (Material Requirements Planning) 18 กันยายน 2567 อ.อนันต์

เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร การวางแผนความต้องการวัตถุดิบเพื่อการผลิต (Material Requirements Planning)

18 กันยายน 2567 อ.อนันต์

 

หลักสูตรนี้มีคำตอบ ที่นี่
สนใจสมัครเพื่อรับองค์ความรู้ได้ที่ คุณกุ้ง 0988209929 คุณกุ้ง

 

หลักการและเหตุผล

 

    MRP (Material Requirements Planning)คือ แผนหรือตารางความต้องการวัตถุดิบ(Items) ในแต่ละวันของการผลิต และตามสูตรการผลิต(Bill of Material: BOM)ของสินค้าหนึ่ง ๆ ดังนั้นMRPจึงขึ้นอยู่กับความต้องการวัตถุดิบจากสูตรการผลิตและตามปริมาณที่ลูกค้าต้องการ (dependent demand)เช่น แผนความต้องการขวดเปล่าเพื่อบรรจุน้ำอัดลม หรือ ฝาขวด, ฉลากปิดขวด,น้ำตาล และแก๊ส รวมถึงแผนความต้องการน้ำดิบบริสุทธิ์เพื่อนำไปกรองและผสมตามสูตรการผลิต โดยสามารถบรรจุขวดและวางลงในกล่องหีบห่อได้อย่างเพียงพอ โดยตารางความต้องการวัตถุดิบหรือ MRPมีหัวข้อที่สำคัญคือ

1. Gross Requirementsคือ จำนวนสินค้าสำเร็จรูปที่ต้องการทั้งหมดในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละวัน

2. Scheduled Receipts คือ ตารางการรับวัสดุที่ต้องการทั้งหมดในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละวัน

3. Projected Stock Balanceคือ จำนวนวัตถุดิบที่คาดหวังว่าต้องมีให้พร้อมเพื่อรองรับการผลิตในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละวัน

4.Net Requirements คือ จำนวนวัตถุดิบที่ต้องการสุทธิทั้งหมดในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละวัน

5.Planned Order Receipts คือ แผนการรับวัตถุดิบในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละวัน

6.Planned Order Releases คือ แผนการสั่งวัตถุดิบในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละวัน

           หัวข้อต่าง ๆเหล่านี้ล้วนนำมาใช้ในการสร้างตารางMRP ให้เกิดความสมบูรณ์ โดยมีข้อมูลประกอบเพิ่มเติมคือLead time ของการจัดส่งสินค้าของแต่ละSupplierและ ปริมาณสินค้าคงคลังที่นับได้ล่าสุดอีกด้วย

วัตถุประสงค์

1.เพื่อสามารถผลิตสินค้าและส่งมอบได้ทันตามที่ลูกค้ากำหนด

2.เพื่อลดเวลาการรอคอยวัตถุดิบจากSupplierที่มีLead timeการส่งมอบที่ยาวนานได้

3.ลดเวลาการDowntimeของเครื่องจักรที่เกิดจากการป้อนวัตถุดิบไม่ทันหรือไม่เพียงพอ

4.ลดปริมาณและต้นทุนสินค้าคงคลังทั้งวัตถุดิบ สินค้ากึ่งสำเร็จรูป และสินค้าสำเร็จรูปลงได้

5.ลดต้นทุนการผลิตสินค้าจากการผลิตแบบJust in time (JIT)

6.ลดต้นทุนการจัดซื้อ จัดหา

7.ลดความแปรปรวนของการผลิตและแผนการผลิตประจำวัน

8.ลดปริมาณสินค้าSafety Stock

9.ลดพื้นที่การจัดเก็บสินค้าในคลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

10.          สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างยั่งยืน

หัวข้อเนื้อหา   

1.ระบบMRP (Material Requirements Planning)คืออะไร วัตถุประสงค์และประโยชน์

2.ระบบMRP (Material Requirements Planning)และS&OP (Sales and Operation Planning)

3.การพยากรณ์ความต้องการสินค้าของลูกค้า(Customer Demand Forecasting)กับการพยากรณ์การขาย(Sales Forecasting)

4.การวิเคราะห์และคาดการณ์ยอดขายสินค้า(Sales Predictive Analytics)

5.ขั้นตอนของกระบวนการทำระบบMRP

6.ความแตกต่างระหว่างMPS (Master Production Schedule)กับMRP (Material Requirements Planning)

7.การคำนวณตารางMRP (Master Production Schedule)

8.การตั้งสูตรการผลิตสินค้า(Bill of Material: BOM)

9.การคำนวณตารางMRP (Material Requirements Planning)

10.          MRP กับการจัดการคลังสินค้าและควบคุมสินค้าคงคลัง

11.          ต้นทุนสินค้าคงคลัง (Cost of Inventory)

12.          ระบบEOQ (Economic Order Quantity)

13.          การหาจุดการสั่งซื้อซ้ำ(Re-order Point: ROP)

14.          การกำหนดปริมาณสินค้าในคลังสินค้าเพื่อความปลอดภัย(Safety Stock)

15.          กลยุทธ์การวางแผนการผลิตและการจัดซื้อแบบJust in Time (JIT for Planning & Purchasing)

ระยะเวลาอบรม      1 วัน เวลาอบรมจำนวน 6 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น. 

รูปแบบการฝึกอบรมการบรรยาย,อภิปรายเชิงปฏิบัติการให้คำปรึกษา

กลุ่มเป้าหมายกลุ่มหลัก ผู้จัดการโรงงาน/ ผู้บริหารระดับกลาง หรือเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร ฝายวางแผนการผลิต ฝ่ายผลิต ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายคลังสินค้า วิศวกร

 

ระยะเวลาอบรม           1 วัน เวลาอบรมจำนวน  6 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น.  

 

วิทยากร          อาจารย์อนันต์  ดีโรจนวงศ์

 

รูปแบบการฝึกอบรม      การบรรยาย, อภิปรายเชิงปฏิบัติการ, ให้คำปรึกษา

 

กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มหลัก ผู้จัดการโรงงาน/ ผู้บริหารระดับกลาง หรือเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร ฝายวางแผนการผลิต ฝ่ายผลิต ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายคลังสินค้า วิศวกร

 

วิทยากร  อนันต์ ดีโรจนวงศ์ ตำแหน่ง – ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมด้าน Lean Production & Logistics กรม

                                                ส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

                                    – ที่ปรึกษาเครือข่าย สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น 

                                    – ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมและ Logistics & Supply Chain  

                                      Management สมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุน

                                    – อาจารย์พิเศษ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการโลจิสติกส์

                                      มหาวิทยาลัยรามคำแหง, สถาบันเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น, ม.ศรี     

                                      ปทุม, ม.ธุรกิจบัณฑิต       

                                    – ที่ปรึกษาสถานประกอบการดีเด่นสาขาการจัดการโลจิสติกส์    

                                      โครงการ OPOAI กระทรวงอุตสาหกรรม ปี พ.ศ. 2557

 

ราคาท่านละ 3,900 บาท/วัน (ไม่รวม VAT)

ราคาสุดพิเศษอย่างยิ่ง

ลงทะเบียน 4 ท่าน ขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี

1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)

2) ใบประกาศผ่านการอบรม

3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันบุฟเฟ่ต์โรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

 

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

www.tesstraining.com

www.inwtraining.com

เปิดรับสมัคร หลักสูตร การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง Spare Part อย่างมีประสิทธิภาพ (Spare Part Inventory Management) : 30 กันยายน 2567

เปิดรับสมัคร หลักสูตร การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง Spare Part อย่างมีประสิทธิภาพ (Spare Part Inventory Management) : 30 กันยายน 2567

การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง Spare Part อย่างมีประสิทธิภาพ อ.อนันต์ ดีโรจนวงศ์_people develop center
การจัดการสินค้าคงคลังวัสดุ (Spare Part Inventory Management) เป็นการจัดการในการรับ การตรวจสอบและตรวจนับ การจัดเก็บสินค้าประเภทวัสดุได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง รวมถึง การหยิบสินค้า ตรวจสอบ และจัดส่งวัสดุให้ผู้รับได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมายหลักในการบริหารและดำเนินการจัดการในคลังสินค้าวัสดุก็เพื่อให้เกิดระบบที่ดี มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าต่อการลงทุน รวมถึงการควบคุมคุณภาพของการเก็บ การหยิบสินค้าได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย การป้องกันและลดการสูญเสียจากการดำเนินงานเพื่อให้ต้นทุนการดำเนินงานต่ำอย่างเหมาะสม เพิ่มความพึงพอใจให้กับผู้ใช้งานได้ และการใช้ประโยชน์เต็มที่จากพื้นที่คลังสินค้าวัสดุ การจัดการคลังสินค้าวัดสุจึงนับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งในโซ่อุปทาน รวมถึงการควบคุมปริมาณสินค้าคงคลังวัสดุ (Spare Part Inventory Control)ซึ่งต้นทุนสินค้าคงคลังวัสดุเป็นต้นทุนการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนั้นการจัดการสินค้าคงคลังวัสดุมีวัตถุประสงค์หลักอยู่ที่สามารถมีสินค้าคงคลังวัสดุบริการให้กับผู้ใช้งานในปริมาณที่เพียงพอ และทันต่อการความต้องการอยู่เสมอ สามารถลดระดับการลงทุนในสินค้าคงคลังวัสดุให้ต่ำอย่างเหมาะสม และเพื่อทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลงได้อีกด้วย

วัตถุประสงค์ :

เพื่อสามารถบริหารจัดการคลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะคลังสินค้าวัสดุ (Spare Part) และสามารถควบคุมและเพิ่มความรวดเร็ว ถูกต้อง ครบถ้วนในการการทำกิจกรรมต่าง ๆภายในคลังสินค้าวัสดุได้
เพื่อลดต้นทุนและพื้นที่การจัดการปริมาณสินค้าคงคลังวัสดุจำนวนมาก
เพื่อสามารถจัดเก็บสินค้าประเภทวัสดุในคลังสินค้าได้อย่างเหมาะสมตามปริมาณที่ลูกค้าต้องการ
เพื่อสามารถทราบข้อมูลสินค้าคงคลังวัสดุได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และครบถ้วน เพื่อนำไปวิเคราะห์และพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
สามารถเติมเต็มสินค้าคงคลังวัสดุได้ทันเวลาและอย่างเพียงพอ และสามารถจัดเก็บสินค้าวัสดุได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่คลังสินค้า
เพื่อลดเวลา Breakdown Maintenance และงาน Preventive Maintenance ว่าเมื่อใดก็ตามที่ต้องการใช้อะไหล่เพื่อการซ่อม หรือเพื่อการบำรุงรักษา ต้องหาได้ในทันทีหรือใช้เวลาน้อยที่สุด

หัวข้อสำคัญของการเรียนรู้ :
1. หลักการพื้นฐานการจัดการคลังสินค้าและสินค้าคงคลัง

ความสำคัญและประโยชน์ของการบริหารสินค้าคงคลัง
ระบบการบริหารคลังสินค้ากับบริหารสินค้าคงคลัง
ประเภทของสินค้าคงคลัง และการบริหารจัดการสินค้าคงคลังสินค้าสำเร็จรูป วัตถุดิบและวัสดุ อุปกรณ์
การวิเคราะห์ต้นทุนการบริหารสินค้าคงคลัง
2. การวิเคราะห์ความสำคัญของสินค้าคงคลังวัสดุ
การวิเคราะห์สินค้าคงคลังวัสดุด้วยแนวคิด ABC Analysis
การวิเคราะห์จัดแบ่งวัสดุตามความสำคัญกับการผลิต (VED Analysis)
การวิเคราะห์จัดแบ่งวัสดุตามความถี่ในการใช้ (FSN Analysis)
การวิเคราะห์จัดแบ่งวัสดุตามมูลค่าราคา (HML Analysis)
การวิเคราะห์จัดแบ่งวัสดุตามระยะเวลาในการส่งมอบ (SDE Analysis)
3. การวางแผน ควบคุม และการคำนวณปริมาณสินค้าคงคลังที่เหมาะสม
การวิเคราะห์จุดสั่งซื้อซ้ำ (Re-Order Point: ROP) และการคำนวณ
การคำนวณปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด (Economic Order Quantity: EOQ) และข้อจำกัด
สินค้าเผื่อเพื่อความปลอดภัย (Safety Stock : SS) และปริมาณที่เหมาะสม
วิธีการลดปริมาณสินค้าคงคลังวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ
4. การประเมินความสามารถในการบริหารสินค้าคงคลัง
ดัชนีชี้วัดการดำเนินงานการบริหารสินค้าคงคลัง (KPIs) และการวิเคราะห์
กรณีศึกษาการจัดการคลังสินค้าและควบคุมสินค้าคงคลัง

หลักสูตรนี้เหมาะสมสำหรับ :
ผู้จัดการ เจ้าหน้าที่ระดับบริหาร และระดับปฏิบัติการ ฝ่ายคลังสินค้าวัสดุ สินค้าสำเร็จรูป สินค้าวัตถุดิบ ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายผลิต ฝ่ายวางแผนการผลิต ฝ่ายซ่อมบำรุง วิศวกร

รูปแบบ/วิธีการในการเรียนรู้ :
การบรรยาย
การให้คำปรึกษา
ให้คำแนะนำ-ร่วมอภิปราย
วิทยากร :อาจารย์ อนันต์ ดีโรจนวงศ์
ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมด้าน Lean Production & Logistics สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น
ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมและ Logistics & Supply Chain Management สมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุน
อาจารย์พิเศษ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, สถาบันเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น, ม.ศรีปทุม, ม.ธุรกิจบัณฑิต
ที่ปรึกษาสถานประกอบการดีเด่นโครงการ OPOAI กระทรวงอุตสาหกรรม ปี พ.ศ. 2557

ลงทะเบียนOnline คลิ๊ก !!

บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด

รูปเเบบ Public Training
ราคาออนไลน์ ท่านละ 2500 บาท

ราคา โปรโมรชั่น 3,500 บาท/วัน

ลงทะเบียน 3 ท่าน ท่านละ 3,200 บาท

ลงทะเบียน 4 ท่านขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันโรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

www.tesstraining.com

www.inwtraining.com

ออนไลน์ หลักสูตร สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้ข้อตกลงการเปิดเสรีทางการค้า 30 กันยายน 2567

ออนไลน์ หลักสูตร สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้ข้อตกลงการเปิดเสรีทางการค้า 30 กันยายน 2567

การประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันมีความแตกต่างจากอดีตมากมาย  ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นเพราะนโยบายการตอบรับของรัฐบาลไทยส่วนหนึ่งและเป็นการเปลี่ยนแปลงจากนานาชาติอีกส่วนหนึ่งนอกจากนั้นนโยบายการเปิดเสรีทางการค้าระหว่างประเทศไทยกับนานชาติก็ทำให้ระบบภาษีอากรลดลงเป็นปัจจัยสำคัญในการทำการค้าและก็ตามมาด้วยกฏระเบียบที่ต้องปฏิบัติที่เป็นกลไกให้การเปิดเสรีทางการค้าเป็นไปตามวัตถุประสงค์

สำหรับประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปฏิบัติสำหรับการจัดเก็บภาษีใหม่หมดจากระบบพื้นฐานเดิมที่เป็นแบบ Manual  ได้พัฒนากลายมาเป็นระบบ EDI (Electronic Data Interchange)  และในปัจจุบันก็ได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นระบบไร้เอกสารที่เรียกว่า  ebXML พร้อมกันนี้ภาครัฐยังได้สนับสนุนให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าส่งออกร่วมมือกันพัฒนาเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันเช่นการขออนุมัติหรืออนุญาตหรือแม้หนังสือรับรองต่างๆ ทางอิเลกทรอนิกส์โดยใช้ระบบ NSW :  National Single Window  โดยมีศูนย์กลางคือกรมศุลกากร  ซึ่งเป็นการปฎิบัติงานที่ได้ผลดีโครงการนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายเป็นอย่างดีทำให้เกิดความสะดวกในการปฏิบัติงาน อีกทั้งทุ่นเวลาและค่าใช้จ่ายในการทำงานมากขึ้นเป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าของประเทศอย่างยิ่ง

 

หัวข้ออบรม

  1. ทำไมต้องเปิดเสรีทางการค้า
  2. FTA คืออะไร และมีกี่ประเภท ?
  3. FTA ช่วยผู้ประกอบธุรกิจส่งออกและนำเข้าอย่างไร
  4. หลักเกณฑ์การใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้ FTA
  5. FTA ที่มีผลบังคับกับประเทศไทย และที่อยู่ระหว่างเจรจากับประเทศไทย
  6. วิธีการตรวจสอบสิทธิพิเศษภายใต้ FTA
  • ทวิภาคี : JTEPA, TIFTA, TAFTA, TNZFTA, TPEFTA, TCHFTA, TPFTA, TTFTA, TSFTA, TEUFTA, T-EFTA
  • พหุภาคี : * WTO, ATIGA* ACFTA* AKFTA* AJFTA* AIFTA* AANZFTA* AHFTA* BIMSTEC* TCFTA*
  1. ใช้สิทธิลดหรือยกเว้นภาษีศุลกากรภายใต้ FTA ได้อย่างไร
  2. เอกสารการรับรองถิ่นกำเนิดมีอะไรบ้าง
  3. กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (RULE OF ORIGIN)
  • เกณฑ์สูงสุด WO,
  • เกณฑ์นำเข้าวัตถุดิบมาผลิต RVC, CTC, SP
  • เกณฑ์ร่วมกันผลิตในภาคีเดียวกัน
  1. ระเบียบปฏิบัติในการนำเข้าของไทยภายใต้ FTA
  2. การวางประกัน ด้วยเหตุแห่งความสงสัยว่าเอกสารจะผิดพลาด
  3. หลักเกณฑ์เงื่อนไขพิธีการศุลกากรในการนำเข้า
  4. สิทธิเกี่ยวกับการส่งมอบสินค้าแบบตรง (Direct Consignment & Transhipment)
  5. การใช้สิทธิโดยการซื้อขายผ่านประเทศที่สาม (3rd Party  Invoicing)
  6. การออกแบบหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดแทนกัน ( Back to Back)
  7. การออกหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดย้อนหลังทำอย่างไร
  8. การตรวจสอบหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดในการใช้สิทธิพิเศษ
  9. กรณีได้สิทธิโดยยกเว้นหนังสือรับรองแหล่งกำเนิด
  10. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสาร และรับรองให้ออกเอกสารเองได้
  11. ถาม-ตอบ

สามารถเรียนได้ทางคอมเเละมือถือ อยู่ที่ไหน ก้อสามารถเรียนได้ ผ่านระบบโปรเเกรม ZOOM

หลักสูตรนี้มีคำตอบ ที่นี่
สนใจสมัครเพื่อรับองค์ความรู้ได้ที่ คุณกุ้ง 0988209929 คุณกุ้ง

 

โปรโมชั่น 

  • สมัครลงทะเบียน 1 ท่าน  ในราคาท่านละ 2,500 บาท ไม่รวม vat 7%
  • สมัครเข้าอบรม 4 ท่าน ชำระเพียง 3 ท่าน

สถานที่จัดอบรม :  โรงเเรม Novotel Bangkok  Sukhumvit 20 

โรงเเรม Novotel Bangkok Sukhumvit 20 ลง สถานี BTS อโศก  ทางออกประตู 6

 

ราคาท่านละ 3,900 บาท/วัน (ไม่รวม VAT)

ราคาสุดพิเศษอย่างยิ่ง

ลงทะเบียน 4 ท่าน ขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี

1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)

2) ใบประกาศผ่านการอบรม

3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันบุฟเฟ่ต์โรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

 

ลงทะเบียนOnline คลิ๊ก !!

  บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

www.tesstraining.com

www.inwtraining.com

 

เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร ข้อกำหนดการควบคุมสารปนเปื้อนในภาคอุตสาหกรรม(ROHS) อบรม 30 กันยายน 2567

เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร ข้อกำหนดการควบคุมสารปนเปื้อนในภาคอุตสาหกรรม(ROHS) อบรม 30 กันยายน 2567

 

หลักสูตรนี้มีคำตอบ ที่นี่
สนใจสมัครเพื่อรับองค์ความรู้ได้ที่ คุณกุ้ง 0988209929 คุณกุ้ง

เนื่องจากธุรกิจด้านอุตสาหกรรม นอกจากเราต้องดำเนินการ Set up ระบบต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้สามารถทำการผลิตให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพตามที่ลูกค้าต้องการแล้วนั้น สิ่งหนึ่งที่ทุกบริษัทฯ จะมองข้ามไม่ได้ คือ สินค้าต้องปราศจากสารปนเปื้อนที่เป็นพิษและส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและมนุษย์ นั่นก็คือสารเคมีที่จัดอยู่ในจำพวกสารโลหะหนักนั่นเอง อาทิ เช่น โครเมียม แคดเมียม ปรอท ตะกั่ว และอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องยากถ้าผู้ประกอบการ ไม่มีความรู้ ความเข้าใจอย่างเพียงพอ เพราะนอกจากผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ว่าด้วยเรื่องการควบคุมสารปนเปื้อน คือ SOC / ELV / RoHs 1.0 / RoHs 2.0 / REACH Annex VI / XV / XIV / AVII / SVHC / PFOS / PFOA / DMF / VOC / MDA / SCCPs / POPs / Prop65 / ELV Annex II / ELV Waste Packaging Waste / Lead in Solder / CMR / GADSL / IMDS / IMDS-a2 / IMDS-AI / CAMDS / CDX etc. ข้อกำหนด 3R (Reuse / Recycle / Recovery) Recyclability และ Recoverability ตามข้อกำหนดมาตรฐาน ISO 22628 ตลอดจนข้อกำหนดสารเคมีชนิดอื่นๆที่ทาง OEM และหน่วยงานที่ทำการควบคุมและบังคับใช้กฎหมาย ได้ประกาศฯ ควบคุม หรือ ห้ามใช้ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ทุกบริษัทฯ จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ตลอดจนต่อไปในอนาคต IMDS : International Material Data System หรือ ระบบข้อมูลวัสดุสากล ซึ่งเป็นระบบที่สำคัญมากที่เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรม ดังนั้นทุกโรงงาน / บริษัท ไม่ว่าจะเป็น เทรดดิ้ง จำเป็นต้องดำเนินการทำข้อมูลในระบบนี้เพื่อ Support ให้กับคู่ค้าของตน ซึ่งทางผู้ผลิตจะต้องดำเนินการกรอกข้อมูลวัตถุดิบ ข้อมูลสารเคมี เข้าไปในระบบ IMDS และดำเนินการส่งให้คู่ค้าของตน แต่ปัญหาคือผู้ผลิตยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมายซึ่งว่าด้วยเรื่องการควบคุมสารปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ ข้อกำหนดในกลุ่มประเทศทาง EU / Asia และข้อกำหนดในระบบ IMDS หากบริษัทฯใดไม่ดำเนินการจะถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำการผลิต ห้ามส่งออกและซื้อขายสินค้าโดยเด็ดขาด
หลักสูตรนี้ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ข้อกำหนดของกฎหมายด้านการควบคุมสารปนเปื้อน SOC / ELV / RoHs 1.0 / RoHs 2.0 / REACH Annex VI / XV / XIV / AVII / SVHC / PFOS / PFOA / DMF / VOC / MDA / SCCPs / POPs / Prop65 / ELV Annex II / ELV Waste Packaging Waste / Lead in Solder / CMR / GADSL / IMDS / IMDS-a2 / IMDS-AI / CAMDS / CDX etc. ข้อกำหนด 3R (Reuse / Recycle / Recovery) Recyclability และ Recoverability ตามข้อกำหนดมาตรฐาน ISO 22628 ในผลิตภัณฑ์ภาคทฤษฎี เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ขององค์กรได้อย่างถูกต้อง

วัตถุประสงค์

 เพื่อให้เข้าใจเป้าหมายการควบคุมสารปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดข้อกฎหมายในอุตสาหกรรม
 เพื่อให้เข้าใจขั้นตอนและวิธีการดำเนินการควบคุมสารต้องห้ามหรือสารเคมีอันตรายในผลิตภัณฑ์ที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมและมนุษย์ในผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องและเป็นไปตามข้อกำหนดของอุตสาหกรรม
 เพื่อให้สามารถกรอกข้อมูลและจัดทำรายงานการควบคุมสารปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องตามหลักข้อกฎหมายและมาตรฐานสากล
 เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถกรอกข้อมูลในระบบ IMDS ได้อย่างถูกต้อง
 เพื่อให้เข้าใจหลักการและการดำเนินการด้านการจัดการควบคุมสารต้องห้ามหรือสารเคมีอันตรายในผลิตภัณฑ์ในองค์กรให้สอดคล้องกับข้อกำหนดข้อกฎหมายของอุตสาหกรรม

หัวข้ออบรม
•หลักการและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องในการควบคุมสารปนเปื้อนผลิตภัณฑ์
•ข้อกำหนดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment : LCA)
•ข้อกำหนด Carbon Footprint for Product : CFP
•ข้อกำหนด Carbon Footprint for Organization : CFO
•ข้อกำหนดการจัดการควบคุมข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับ ISO 50001
•หลักการและข้อกำหนดในการควบคุมสารปนเปื้อนผลิตภัณฑ์
•SOC / ELV / RoHs 1.0 / RoHs 2.0 / REACH Annex VI / XV / XIV / AVII / SVHC / PFOS / PFOA / DMF / VOC / MDA / SCCPs / POPs / Prop65 / ELV Annex II / ELV Waste Packaging Waste / Lead in Solder / CMR / GADSL /
•TSCA
•ข้อกำหนด 76/769/EC
•สูตรและหลักในการคำนวณปริมาณสารเคมีกลุ่มเสี่ยงสูง SVHC ในผลิตภัณฑ์
•สูตรและหลักในการคำนวณปริมาณสารเคมีกลุ่ม Wild card / Joker (Misc., not to declare) ในผลิตภัณฑ์
•หลักการและข้อกำหนดในการควบคุมสารปนเปื้อน
•ผลิตภัณฑ์
•IMDS / IMDS-a2 / IMDS-AI / CAMDS / CDX etc. ข้อกำหนด 3R (Reuse / Recycle / Recovery) Recyclability และ Recoverability ตามข้อกำหนดมาตรฐาน ISO 22628
•• ขั้นตอนการจัดทำ Organization SOC เพื่อยื่นขออนุมัติ
•การดำเนินการวางระบบ QMS การควบคุมสารปนเปื้อนในองค์กร
•การดำเนินการควบคุม SOC กับผู้รับจ้างช่วงผลิต (Suppliers)
•การจัดทำ Flow chart การจัดการความผิดปกติ เกี่ยวกับเรื่อง SOC
•การทบทวนระเบียบปฏิบัติการเรื่องการควบคุมการเปลี่ยนแปลงด้าน SOC ระหว่างลูกค้า และ Suppliers
•บทบาทหน้าที่ การดำเนินการและความสำคัญของแต่ละส่วนงาน
•การดำเนินการควบคุมตรวจและทดสอบ SOC ภายในและภายนอกองค์กร
•การควบคุมผู้ส่งมอบ วิธีการดำเนินการ กรณีที่ผู้ขายไม่ให้เข้าไปตรวจประเมิน
•การดำเนินการ Audit Suppliers ด้าน SOC
•การจัดทำรายงานการควบคุมสารปนเปื้อนตามมาตรฐานสากลเพื่อยื่นอนุมัติ
•ข้อกำหนด 3 R (Reuse / Recycle / Recovery )
•ข้อกำหนดพื้นฐาน FSC-CoC, RSL
•สรุปการเรียนรู้ร่วมกัน ถาม-ตอบ

บรรยาย / ทฤษฎี

ผู้เข้าอบรมมีส่วนร่วมในการออกความคิดเห็น

สื่อสาร 2 ทาง

 รูปเเบบ Public Training

ราคา 4,000 บาท/วัน
สมาชิกโอนก่อน 1 สัปดาห์ 3,700 บาท
ลงทะเบียน 3 ท่าน ท่านละ 3,400 บาท
ลงทะเบียน 4 ท่านขึ้นไปท่านละ 3,000 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันโรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

 

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

http://www.tesstraining.com

ยืนยันจัดอบรม หลักสูตร. การจัดการคลังสินค้าและควบคุมสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ 27 กันยายน 2567

ยืนยันจัดอบรม หลักสูตร. การจัดการคลังสินค้าและควบคุมสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ  27 กันยายน  2567

หลักการเเละเหตุผล

การจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management) เป็นการจัดการในการรับ การตรวจสอบและตรวจนับ การจัดเก็บสินค้าและวัตถุดิบได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องในส่วนขาเข้า (inbound) รวมถึง การหยิบสินค้า ตรวจสอบ และจัดส่งสินค้าให้ผู้รับเพื่อกิจกรรมการขายตามคำสั่งซื้อของลูกค้าในส่วนขาออก (Outbound) เป้าหมายหลักในการบริหารและดำเนินการจัดการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคลังสินค้าก็เพื่อให้เกิดระบบที่ดี มีประสิทธิภาพและคุ้มกับการลงทุน รวมถึงการควบคุมคุณภาพของการเก็บ การหยิบสินค้าได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย การป้องกันและลดการสูญเสียจากการดำเนินงานเพื่อให้ต้นทุนการดำเนินงานต่ำที่สุด เพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า และการใช้ประโยชน์เต็มที่จากพื้นที่คลังสินค้า การจัดการคลังสินค้าจึงนับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งในโซ่อุปทาน

การควบคุมสินค้าคงคลัง (Inventory Controlสินค้าคงคลังมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความสมดุลในซัพพลายเชน เพื่อให้ระดับสินค้าคงคลังต่ำสุด โดยไม่กระทบต่อระดับการให้บริการ โดยปัจจัยนำเข้าของกระบวนการผลิตที่มีความสำคัญอย่างยิ่งคือ วัตถุดิบ ชิ้นส่วนและวัสดุต่าง ๆ ที่เรียกรวมกันว่าสินค้าคงคลัง  ต้นทุนสินค้าคงคลังเป็นต้นทุนการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนั้นการจัดการสินค้าคงคลังมีวัตถุประสงค์หลักอยู่ที่สามารถมีสินค้าคงคลังบริการลูกค้าในปริมาณที่เพียงพอ และทันต่อการความต้องการของลูกค้าเสมอ เพื่อสร้างยอดขายและรักษาระดับของส่วนแบ่งตลาดไว้โดยสามารถลดระดับการลงทุนในสินค้าคงคลังต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลงด้วย

 

ดังนั้นการจัดการคลังสินค้าและการควบคุมสินค้าคงคลังจึงเป็นสิ่งจำเป็นและต้องทำร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสามารถป้อนวัตถุดิบให้กับสายการผลิตได้อย่างต่อเนื่องเพื่อผลิตและส่งมอบสินค้าได้ทันตามเป้าหมายที่กำหนด ในขณะที่คลังสินค้ามีปริมาณสินค้าวัตถุดิบในจำนวนที่เหมาะสม ไม่มากและน้อยจนเกินไปจนทำให้เกิดปัญหาด้านการผลิตซึ่งจะทำให้ต้นทุนการจัดเก็บสินค้าคงคลังต่ำอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ผลดำเนินการทางธุรกิจดีขึ้น พนักงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีกำไรมากขึ้น สามารถผลิตสินค้าได้รวดเร็วและเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่คลังสินค้าขนาดใหญ่อีกต่อไป รวมถึงปัญหาการดำเนินการต่างๆภายในคลังสินค้าลดลง

 

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อสามารถบริหารจัดการคลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถควบคุมและเพิ่มความรวดเร็วในการการทำกิจกรรมต่าง ๆภายในคลังสินค้า
  2. เพื่อลดต้นทุนและพื้นที่การจัดการปริมาณสินค้าคงคลังจำนวนมาก
  3. เพื่อสามารถจัดเก็บสินค้าหรือวัตถุดิบได้อย่างเหมาะสมตามปริมาณที่ลูกค้าต้องการ
  4. เพื่อสามารถทราบข้อมูลสินค้าคงคลังได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และครบถ้วน เพื่อนำไปวิเคราะห์และพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
  5. เพื่อเพิ่มรอบการหมุนเวียนของสินค้าคงคลังได้มากขึ้น สามารถจัดเก็บสินค้าได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่คลังสินค้า

 

เนื้อหาของหลักสูตร

เวลา 09.00-10.30 น.

  1. การบริหารจัดการกิจกรรมต่าง ๆในคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

– การบริหารจัดการกิจกรรมต่าง ๆในคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

– การจัดพื้นที่คลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ การวางผังของคลังสินค้าและการจัดการการ

ไหล                –

– การวัดผลการปฏิบัติงานของคลังสินค้า

 การวัดอัตรารอบการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง (Inventory Turnover Ratio)

พัก 15 นาที เวลา 10.30-10.45 น.

เวลา 10.45-12.00 น.

  1. การควบคุมสินค้าคงคลังอย่างมืออาชีพ

                    – การจัดการและบริหารต้นทุนสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ

– Economic Order Quantity (EOQ) การสั่งซื้อที่ประหยัด

– การกำหนดค่า Safety Stock และจุดการสั่งซื้อซ้ำ (Re-order Point) ที่เหมาะสม

พัก 1 ชั่วโมง เวลา 12.00-13.00 น.

เวลา 13.00-14.30 น.

  1. การแบ่งกลุ่มสินค้าคงคลังแบบ ABC

– การตรวจนับสินค้าตามรอบระยะเวลา (Cycle Count inventory)

– วิธีการตรวจนับสินค้าด้วยระบบ Stock Card

– การแบ่งกลุ่มสินค้าตามหลักการ Pareto

– การกำหนดปริมาณสินค้าคงคลัง Type A, B และ C

พัก 15 นาที เวลา 14.30-14.45 น.

เวลา 14.45-16.00 น.

  1. เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการคลังสินค้า

– การใช้ Barcode & RFID ในการบ่งบอกสินค้า

– การใช้ระบบ WMS (Warehouse Management System)

  1. กรณีศึกษา การลดต้นทุนการดำเนินงานคลังสินค้าอย่างได้ผล

– การใช้ระบบ Pick face เพื่อการหยิบสินค้า

 

วิธีการสัมมนา   การบรรยาย การฝึกปฏิบัติ  และร่วมอภิปราย

 

กลุ่มเป้าหมาย    กลุ่มหลัก  ผู้จัดการคลังสินค้า/ ผู้บริหารระดับกลาง หรือเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร และระดับปฏิบัติการ ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายผลิต ฝ่ายวางแผนการผลิต วิศวกร

 

ระยะเวลา        1 วัน จำนวนวันละ  6 ชั่วโมง  เวลา 9.00 – 16.00 น.

 

วิทยากร  อนันต์ ดีโรจนวงศ์ ตำแหน่ง – ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมด้าน Lean Production & Logistics กรม

ส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

– ที่ปรึกษาเครือข่าย สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น

– ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมและ Logistics & Supply Chain

Management สมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุน

– อาจารย์พิเศษ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการโลจิสติกส์

มหาวิทยาลัยรามคำแหง, สถาบันเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น, ม.ศรี

ปทุม, ม.ธุรกิจบัณฑิต

– ที่ปรึกษาสถานประกอบการดีเด่นสาขาการจัดการโลจิสติกส์

โครงการ OPOAI กระทรวงอุตสาหกรรม ปี พ.ศ. 2557

 

คาหลักสูตรออนไลน์ รับวุฒิบัตรใบประกาศ

สามารถเรียนได้ทางคอมเเละมือถือ อยู่ที่ไหน ก้อสามารถเรียนได้ ผ่านระบบโปรเเกรม ZOOM

หลักสูตรนี้มีคำตอบ ที่นี่
สนใจสมัครเพื่อรับองค์ความรู้ได้ที่ คุณกุ้ง 0988209929 คุณกุ้ง

 

โปรโมชั่น 

  • สมัครลงทะเบียน 1 ท่าน  ในราคาท่านละ 2,500 บาท ไม่รวม vat 7%
  • สมัครเข้าอบรม 4 ท่าน ชำระเพียง 3 ท่าน

รูปเเบบที่ 2

จัดอบรม โรงเเรม สถานที่จัด โรงเเรม โนโวเทล สุขุมวิท 20 ติด BTS อโศก เดินทางสดวก

รูปเเบบ Public Training

ราคา โปรโมรชั่น  3,900 บาท/วัน

ลงทะเบียน 3 ท่าน ท่านละ 3,200 บาท

ลงทะเบียน 4 ท่านขึ้นไปท่านละ 2,900 บาท

ราคาดังกล่าว ฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันโรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

 

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

www.tesstraining.com

www.inwtraining.com

Public Training เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร กระบวนการนำเข้า-ส่งออก ภาษีศุลกากร และข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ อบรม 26-27 กันยายน 2567

Public Training เปิดรับสมัคร ยืนยัน หลักสูตร กระบวนการนำเข้า-ส่งออก ภาษีศุลกากร และข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ อบรม 26-27 กันยายน 2567

 

เวลาอบรม 09.00-16.00 ได้รับใบประกาศนียบัตร

อบรมแบบ Online Zoom

ราคา โปรโมรชั่น 2,500 บาท/วัน อบรม 2 วัน 5,000 บาท/2 วัน

อบรมแบบ On-Site

ราคา โปรโมรชั่น 3,500 บาท/วัน อบรม 2 วัน 7,000 บาท/2 วัน

ราคาดังกล่าว ฟรี
1) เอกสารประกอบการสัมมนา (เข้าเล่ม)
2) ใบประกาศผ่านการอบรม
3) อาหารเบรก 2 มื้อ อาหารกลางวันโรงแรม รับกระเป๋าผ้าสมุดปากกา หน้างาน

 

หลักสูตรนี้มีคำตอบ ที่นี่
สนใจสมัครเพื่อรับองค์ความรู้ได้ที่ คุณกุ้ง 0988209929 คุณกุ้ง

 

หลักการและเหตุผล 

          การส่งออกและนำเข้าสินค้าในปัจจุบันมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นตามการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจของประเทศและของโลก ประกอบกับการค้าวิถีใหม่ NEW NORMAL  เป็นการค้าในระบบอิเล็กทรอนิกส์  ที่มีความสะดวก รวดเร็ว ผู้ปฏิบัติต้องมีความพร้อมในการประกอบธุรกิจอย่างชาญฉลาด ทันสมัย ตามการค้าของโลกที่เปลี่ยนไปเร็วมาก

สิ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจนำเข้า-ส่งออก, นักธุรกิจ, ผู้ผลิต, ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อต่างประเทศ, นายหน้าหรือตัวแทนการค้า, รวมทั้งพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าวและผู้สนใจทั่วไป จำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้ในเรื่องของการค้ายุคใหม่ที่นำเอาระบบ Logistics & Supply Chain มาบริหารจัดการให้ได้รับประโยชน์สูงสุดเพื่อให้การประกอบธุรกิจเป็นไปอย่างสะดวกและได้รับผลสำเร็จคุ้ม ค่ากับการลงทุน

 

วันที่ 1 (บรรยายโดย อ.วิรัตน์ บาหยัน)

เนื้อหาการอบรมมีดังนี้

– การเตรียมความพร้อมในการดำเนินธุรกิจส่งออกและนำเข้าในระบบโลจิสติกส์ ภายใต้พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560

– หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการนำเข้าตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

– ความรับผิดในการเสียค่าอากร การคำนวณค่าภาษีอากร

– อายุความในการประเมินอากรหลังการตรวจปล่อย (Post Clearance Audit)

– ความรู้ทางด้านการค้าระหว่างประเทศ (Import -Export Operations)

  1. สินค้าที่มีมาตรการนำเข้าและส่งออกตามพระราชบัญญัติ ฯ พ.ศ.2558
  • สินค้าต้องห้าม-ต้องกำกัด
  • สินค้าที่ห้ามนำผ่านและผ่านได้
  • สินค้าที่ต้องมีมาตรฐาน
  1. e-Import : การผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการนำเข้า
  2. หลักเกณฑ์ด้านพิกัดอัตราศุลกากร (HS Code) พิกัดอัตราศุลกากรฮาร์โมไนซ์อาเซียน (AHTN)
  3. หลักเกณฑ์ด้านราคาศุลกากร Gatt Valuation ในการประเมินภาษีอากรในการนำเข้า
  4. หลักเกณฑ์การใช้สิทธิพิเศษทางภาษีอากรว่าด้วยการเปิดเสรีทางการค้า

– การยกเว้นหรือลดอัตราอากรสำหรับเขตการค้าเสรี (FTA)

–  การตรวจสอบสิทธิก่อนและหลังการนำสินค้าเข้า

–  การรับรองแหล่งกำเนิดด้วยตนเอง (Self Certification)

  1. e-Export: พิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับสินค้าส่งออก
  2. การยกเว้นอากรสำหรับของส่งออกแล้วจะนำกับเข้ามาในภายหลัง (สุทธินำกลับ)
  3. การขอคืนอากรสำหรับสินค้าที่นำเข้ามาแล้วส่งกลับออกไป (Re-Export)
  4. การคืนอากรสำหรับของที่นำเข้ามาผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการด้วยวิธีอื่นใด(มาตรา 29)
  5. การใช้สิทธิประโยชน์ของคลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Warehouse) เขตปลอดอากร (Free Zone) เขตประกอบการเสรี (I-EAT Free Zone)
  6. การขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากรสำหรับสินค้าส่งออก (Tax Coupon)
  7. ปัญหา ข้อควรระวัง และแนวทางในการแก้ไขข้อผิดพลาดการนำเข้า-ส่งออก
  8. การรับรองป้องกันภัยจากการก่อการร้ายจากมาตรฐานเออีโอ (AEO) and (C-TPAT)

ดูเเลให้คำปรึกษาหลังอบรมฟรี สำหรับลูกค้าอบรม

 

วันที่ 2 โดย อาจารย์ มนตรี ยุวชาติ

1 .ความหมายของการประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ

–  ขั้นตอนในการติดตามการทำการค้า และการส่งสินค้าระหว่างประเทศ

–  วงจรการชำระเงิน และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในการชำระเงินระหว่างประเทศ

–  เทคนิคในการพิจารณาผู้ซื้อ และผู้ขาย เพื่อไม่ให้เกิดความเสียเปรียบในการทำธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ
2.  การเลือกใช้ข้อตกลงในการส่งสินค้าระหว่างประเทศ International Commercial Terms  (Incoterms® 2020) ตามเกณฑ์ของ

สภาหอการค้านานาชาติ (International Chamber of Commerce)

– Any Mode : EXW, FCA, CPT, CIP, DAP, DPU, DDP

–  Water Mode: FAS, FOB, CFR, CIF.

  1. 3. รู้จักความหมายของผู้จัดทำเอกสารการค้าระหว่างประเทศ และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทำเอกสารผิดพลาด

3.1  เอกสารทางการเงิน (Financial Document)

–  Draft or Bills of Exchange

–  Promissory Note (P/N)

3.2  เอกสารทางการขนส่ง (Transport Document)

–  Bills for Lading

–  Multimodal Transport Documents

–  Air Waybills

–  Railway Receipt

–  Truck Receipt

–  Courier Receipt

3.3  เอกสารการประกันภัย (Insurance Documents)

–   กรมธรรม์ประกันภัย (Insurance Policy)

–   ใบรับรองการประกันภัย (Insurance Certificate)

3.3  เอกสารทางการค้า (Commercial Document)

–  ใบกำกับสินค้า (Commercial Invoice)

–   ใบบรรจุหีบห่อสินค้า (Packing List)

–    ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin)

–     ใบวิเคราะห์สินค้า (Certificate of Analysis) ฯลฯ

  1. กฎเกณฑ์ที่ควรเข้าใจก่อนการทำธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ
  2. ข้อห้ามในการทำการค้าระหว่างประเทศกับประเทศที่มีความเสี่ยง (High Risks Countries) หรือประเทศต้องห้าม
  3. สิ่งที่ควรทราบถึงกฎเกณฑ์ภาครัฐในการนำเข้า ส่งออกสินค้านอกเหนือจากกฎเกณฑ์ของกรมศุลกากร
  4. กรณีศึกษาการพิจารณาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในการทำธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศที่ผิดวิธี

 

วิทยากรผู้บรรยาย

ภาคแรก อาจารย์วิรัตน์ บาหยัน อาจารย์มนตรี ยุวชาติ

อดีตเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ธนาคารกรุงเทพ ผู้มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน และการให้คำปรึกษาปัญหา และแนวทางแก้ไขในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ  มีความชำนาญในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศมามากกว่า 40 ปี อีกทั้งยังเป็นวิทยากรผู้บรรยายในหัวข้อการค้าระหว่างประเทศในภาครัฐ และเอกชนมามากกว่า 30 ปี

 

สถานที่จัดอบรม :  โรงเเรม โนโวเทล สุขุมวิท20 ติด BTS อโศก

 

ติดต่อสอบถาม

Tel : 098-8209929 คุณกุ้ง

E-mail: inwtraining.sale@gmail.com

Line id : @Tesstraining

Facebook : tesstrainingpage

ทาง บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นบริษัทฝึกอบรมสัมมนาครบวงจร

หลักสูตรสามารถเลือกจัดรูปเเบบ IN HOUSE  ในองค์กรเเจ้งได้ค่ะ

www.tesstraining.com

www.inwtraining.com

ONLINE TRAINING ยืนยัน หลักสูตร “การบำรุงรักษาทวีผลที่ทุกคนมีส่วนร่วม”TOTAL PRODUCTIVE MAINTENANCE (TPM) (09.00-16.00 น.) อบรม 25 กันยายน 2567

ONLINE TRAINING ยืนยัน  หลักสูตร “การบำรุงรักษาทวีผลที่ทุกคนมีส่วนร่วม”TOTAL PRODUCTIVE MAINTENANCE (TPM) (09.00-16.00 น.)

อบรม 25 กันยายน 2567

 

เรียนได้ทางคอมเเละมือถือ อยู่ที่ไหน ก้อสามารถเรียนได้ ผ่านระบบโปรเเกรม ZOOM

ราคาท่านละ 2,500 บาท/วัน  (ไม่รวม VAT) 09.00 – 16.00 น. รับใบประกาศ 

ในธุรกิจอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรเป็นหลักในการผลิตมักไม่ได้สนใจหาวิธีการใช้ และบำรุงรักษาอย่างถูกต้อง ผลที่ตามมา ก็คือเครื่องจักรเสียบ่อย ต้องเสียเวลาซ่อมและเวลาการผลิต เครื่องจักรไม่มีสมรรถนะการทำงานที่ดี ผลิตชิ้นงานออกมาไม่ได้ตามข้อกำหนดอย่างสม่ำเสมอ สัมพันธภาพที่ไม่ดีระหว่างหน่วยงานผลิต และหน่วยงานซ่อมบำรุง ทำให้เกิดการแก้ไขงานที่มีผลทำให้ต้นทุนสูง การส่งมอบไม่ทันเวลา ซึ่งส่งผลให้ขาดความสามารถในการแข่งขัน เทคนิคที่สามารถช่วยทำให้เครื่องจักรเสียเป็นศูนย์ (ZERO BREAKDOWN)เป็นเทคนิคการบำรุงรักษาที่เป็นความร่วมมือระหว่างพนักงานหน่วยซ่อมบำรุง และพนักงานหน่วยผลิตซึ่งถูกพัฒนาขึ้นในประเทศญี่ปุ่น และกำลังเป็นที่นิยมใช้ในประเทศต่าง ๆ คือการบำรุงรักษาทวีผลแบบทุกคนมีส่วนร่วม ซึ่งสามารถทำให้ใช้เครื่องจักรได้อย่างมีประสิทธิผล ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษาและผลิตสินค้าได้คุณภาพและปริมาณตามความต้องการของ

ประโยชน์ที่ได้รับ

  1. ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เข้าใจปรัชญาและบทบาท TPM ในยุคแห่งการแข่งขัน

  2. ลดความสูญเสียจากเครื่องจักรขัดข้องและสร้างผลกำไรระยะยาวจากผลิตภาพการดำเนินงาน

  3. สร้างความมีส่วนร่วมพัฒนาระบบบำรุงรักษาทวีผล

คุณสมบัติผู้เข้าอบรมและสัมมนา

– ผู้บริหาร ผู้จัดการ วิศวกร หัวหน้างาน ที่เกี่ยวข้อง

– ผู้ที่มีหน้าที่หรือผู้ได้รับพิจารณาให้รับผิดชอบงานที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจทั่วไป

หัวข้ออบรม

  หลักการและแนวคิดเกี่ยวกับการบำรุงรักษาทวีผล TPM

  การประยุกต์ใช้ TPM ให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน

  เสาหลักของกิจกรรม TPM

  ขั้นตอนของกิจกรรม TPM

  การวัดประสิทธิผลของกิจกรรม TPM (OEE : OVERALL EFFICIENCY EFFECTIVENESS)

  เทคนิคการดำเนินกิจกรรม TPM ให้ประสบความสำเร็จ

  วิธีการติดตามความก้าวหน้าของกิจกรรม เครื่องจักรตัวอย่าง

  รับประทานอาหารกลางวัน

  บทบาทการพัฒนาระบบบำรุงรักษา

  ประเภทงานบำรุงรักษา

  หลักการบำรุงรักษาทวีผลที่ทุกคนมีส่วนร่วม

  ความสัมพันธ์ระหว่าง TPM กับแนวคิดลีนและ TQM

  ประเภทความสูญเสียหลักในสายการผลิต

  TPM (THE EIGHT MAJOR PILLARS OF TPM) อาทิ กิจกรรม 5 ส.การบำรุงรักษาด้วยตนเองกิจกรรมการปรับปรุงเฉพาะเรื่อง การบำรุงรักษาเชิงวางแผน การบำรุงรักษาเชิงคุณภาพ การศึกษาและฝึกอบรมTPM สำหรับปรับปรุงสำนักงาน การจัดการสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

  การจัดโครงสร้างองค์กรเพื่อพัฒนาTPM ทั่วทั้งองค์กร

  ขั้นตอนดำเนินการสู่เป้าหมาย TPM

  การวัดประสิทธิผลเครื่องจักรโดยรวม(OVERALL EQUIPMENT EFFECTIVENESS)

  กิจกรรมส่งเสริม TPM(TPM PROMOTION)

  ตัวอย่างการจัดทำตัวชี้วัด

สรุปอบรม

ราคาสุดพิเศษอย่างยิ่ง

ราคาดังกล่าว ฟรี

1) ใบประกาศผ่านการอบรม

2) ไฟล์ PDF การสอน

บริษัท เทสส์ เทรนนิ่ง จำกัด (สำนักงานใหญ่)

เลขที่ 31/155 หมู่ที่ 1 ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12110

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0105557143661

ติดต่อสอบถาม

TEL :098-8209929,

E-MAIL: INWTRAINING.SALE@GMAIL.COM

LINE ID : @TESSTRAINING

FACEBOOK : TESSTRAININGPAGE

WWW.TESSTRAINING.COM